1.“การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์” บัญญัติไว้ในหมวดใดของพระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
ก. หมวด 3
ข. หมวด 4
ค. หมวด 5
ง. หมวด 6 *
2. หมวด 1 ของพระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 บัญญัติไว้ด้วยเรื่องใด
ก. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี *
ข. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ค. การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ง. บทเบ็ดเตล็ด
3. เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองทีดี พ.ศ.2546 คืออะไร
ก. มีการปฏิรูประบบราชการ
ข. เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศ
ค. เพื่อให้การบริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ *
4.กรณีองค์กรมหาชน หรือ รัฐวิสาหกิจใด ไม่จัดให้มีหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งการให้องค์การมหาชนหรือรัฐวิสาหกิจนั้น ดำเนินการให้ถูกต้องคือใคร
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. กระทรวงมหาดไทย
ค. รัฐมนตรีที่กำกับดูแลและองค์การมหาชนหรือรัฐวิสาหกิจ *
ง. ก.พ.ร.
5.หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ดูแลและให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ก. สำนักนายกรัฐมนตรี
ข. กระทรวงมหาดไทย *
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ก.พ.ร.
6.หน่วยงานใดต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ตามพระราชกฤษกีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
ก. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
ข. องค์กรมหาชน
ค. รัฐวิสาหกิจ
ง. ถูกทุกข้อ *
7.ผู้มีอำนาจเสนอคณะรัฐมนตรีจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษหรือจัดสรรเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการ คือใคร
ก. ส่วนราชการที่ปฏิบัติงาน
ข. คณะผู้ประเมินอิสระ
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ก.พ.ร. *
8. เมื่อส่วนราชการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานในแต่ละงานและประกาศให้ประชาชนทราบ ผู้ใดมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบให้ข้าราชการปฏิบัติงาน
ให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลานั้น
ก ผู้บังคับบัญชา *
ข. รัฐมนตรี
ค. กระทรวงมหาดไทย
ง. ถูกทุกข้อ
9.ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง
ก. งบประมาณรายจ่ายแต่ละปี
ข. การจัดซื้อจัดจ้างที่จะดำเนินการในปีงบประมาณนั้น
ค. สัญญาใด ๆ ที่ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อหรือจัดจ้างแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ *
10.เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่ประชาชนในการติดต่อกับส่วนราชการทุกแห่ง เป็นหน้าที่ส่วนราชการใดต้องจัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศกลางขึ้น
ก. กระทรวง ทบวง กรม
ข. จังหวัด อำเภอ
ค. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร *
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
11.ส่วนราชการใดได้รับการติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจากประชาชนหรือจากส่วนราชการด้วยกัน มีหน้าที่ต้องตอบคำถามหรือแจ้งการดำเนินการให้ทราบภายในกี่วัน
ก. 15 วัน *
ข. 10 วัน
ค. 5 วัน
ง. 20 วัน
12.ผู้มีหน้าที่แจ้งให้ประชาชนที่มาติดต่อได้ทราบในครั้งแรกที่มาติดต่อและตรวจสอบว่าเอกสารหลักฐานที่จำเป็นนั้นประชาชนได้ยื่นมาครบถ้วนหรือไม่ คือใคร
ก. ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ข. อธิบดี
ค. ปลัดกระทรวง
ง. เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วม *
13. ในกระทรวงหนึ่งผู้มีหน้าที่จัดให้ส่วนราชการภายในกระทรวงที่รับผิดชอบปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริการประชาชนจัดตั้งศูนย์บริการร่วม
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คือใคร
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
ค. ปลัดกระทรวง *
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก และ ข
14.กรณีผู้บังคับบัญชาสั่งราชการด้วยวาจา ผู้รับคำสั่งจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. รีบปฏิบัติราชการตามคำสั่ง
ข. บันทึกคำสั่งด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษร *
ค. แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร
ง. ถูกทั้ง ข และ ค
15.พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 กำหนดเรื่องการสั่งราชการได้อย่างไร
ก. ปกติให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร
ข. กรณีมีความจำเป็นที่ไม่อาจสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนั้น จะสั่งราชการด้วยวาจาก็ได้
ค. สั่งราชการด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของผู้บังคับบัญชา
ง. ถูกทั้ง ก และ ข *
16.การจัดซื้อจัดจ้าง ให้ส่วนราชการดำเนินโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม โดยพิจารณาถึงอะไรบ้าง
ก. ประโยชน์และผลเสียทางสังคม
ข. ภาระต่อประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์ที่จะใช้
ค. ราคา และประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการ
ง. ถูกทุกข้อ *
17.หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐที่ส่วนราชการดำเนินการอยู่เพื่อรายงานคณะรัฐมนตรี
ก. คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข. สำนักงบประมาณ
ค. กรมบัญชีกลาง
ง. ถูกทั้ง ก และ ข *
18.ส่วนราชการต้องคำนวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบรายงานต่อหน่วยงานใด
ก. สำนักงบประมาณ
ข. ก.พ.ร.
ค. กรมบัญชีกลาง *
ง. ถูกทุกข้อ
19.หน่วยงานใดที่มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะให้ส่วนราชการปฏิบัติ
ก. สำนักงบประมาณ
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. กรมบัญชีกลาง *
ง. กระทรวงการคลัง
20.หน่วยงานใดมีหน้าที่กำหนดแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ
ก. สำนักงบประมาณ
ข. ก.พ.ร.
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข *
21.ก.พ.ร.คืออะไร
ก. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
ข. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ *
ค. กองพัฒนาราชการ
ง. กรมพัฒนาระบบราชการ
22.พระราชกฤษฏีฏาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มีทั้งหมดกี่มาตรา
ก. 50 มาตรา
ข. 51 มาตรา
ค. 52 มาตรา
ง. 53 มาตรา *
23.ข้อใดไม่ใช่ “ส่วนราชการ “ตามความหมายใน พรฏ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
ก. กระทรวง
ข. ทบวง
ค. กรม
ง. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น *
24.ข้อใดไม่ใช่เป้าหมายในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
ก. เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ข. เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
ค. ภาพพจน์ที่ดีในสายตาต่างประเทศ *
ง. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่างสม่ำเสมอ
25.การบริการกิจการบ้านเมืองที่ดี ได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมายกี่ประการ
ก. 5 ประการ
ข. 6 ประการ
ค. 7 ประการ *
ง. 8 ประการ
26.ข้อใดไม่ใช่ความหมายของการบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
ก. ความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
ข. ความสงบและความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม
ค. ประโยชน์สูงสุดของประเทศ
ง. ขวัญและกำลังใจข้าราชการ *
27. ข้อใดไม่ใช่การบริหารราชการโดยถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ก. ก่อนดำเนินการส่วนราชการต้องจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสีย
ข. การปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการต้องเป็นไปโดยซื่อสัตย์สุจริต
ค. รับฟังความคิดเห็นและความพึงพอใจของสังคมโดยส่วนรวม
ง. ต้องรายงานผลการปฏิบัติต่อรัฐสภาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง *
28.เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการ
ก. ปรึกษาหารือกัน
ข. บริหารราชการแบบบูรณาการร่วมกัน *
ค. ประสานแผนกัน
ง. สัมมนาร่วมกัน
29.การบริหารแบบบูรณาการร่วมกันมุ่งให้เกิด
ก. ประโยชน์สุขของประชาชน
ข. ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ *
ค. ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
ง. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
30.การจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเสนอต่อ ครม.ภายในกี่วันนับตั้งแต่วันที่ ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ก. 90 วัน *
ข. 120 วัน
ค. 30 วัน
ง. 40 วัน
31.ในการจัดทำแผนการบริหาราชการแผ่นดินให้จัดทำเป็นแผนกี่ปี
ก. 1 ปี
ข. 2 ปี
ค. 4 ปี *
ง. 5 ปี
32.เมื่อมีกาปรระกาศใช้บังคับแผนบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ให้ สนง.คณะกรรมการ
กฤษฏีกาและสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีร่วมกันพิจารณาจัดทำแผน
ก. นิติรัฐ
ข. นิติบัญญัติ *
ค. พัฒนากฎหมาย
ง. นิติธรรม
33.ในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการให้จัดทำทุก
ก. ปีงบประมาณ *
ข. ปีปฏิทิน
ค. 6 เดือน
ง. 3 เดือน
34.ในกรณีที่ส่วนราชการมิได้เสนอแผนปฏิบัติราชการในภารกิจใด หรือภารกิจใดไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี
ก. มิให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณสำหรับภารกิจนั้น *
ข. ให้ลงโทษทางวินัยแก่ผู้รับผิดชอบ
ค. ให้ กพร. แจ้งให้ดำเนินการโดยทันที
ง. ให้ กพร.แจ้งให้ดำเนินการภายใน 30 วัน
35.ให้ส่วนราชการจัดทำ...................ในงานบริการสาธารณะแต่ละประเภทชั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด
ก. ต้นทุน
ข. บัญชี
ค. บัญชีต้นทุน *
ง. บัญชีทุน
36.ให้ส่วนราชการจัดให้มีการกระจายอำนาจในการตัวสินใจ เกี่ยวกับการสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ
วัตถุประสงค์ในการกระจายอำนาจการตัดสินใจ มุ่งให้เกิดผลใด
ก. การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ข. เกิดขวัญและกำลังใจในการทำงาน
ค. การทำงานเป็นทีม
ง. ความสะดวกและรวดเร็วในการบริการประชาชน *
37.ในกระทรวงหนึ่ง ให้เป็นหน้าที่ขอปลัดกระทรวงที่จะต้องให้ส่วนราชการภายในกระทรวง
รับผิดชอบ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริการประชาชนร่วมกันจัดตั้ง
ก. ศูนย์ประสานราชการ
ข. ศูนย์บริการร่วม *
ค. ศูนย์รับเรื่อง
ง. ศูนย์บริการประชาชน
38. การปฏิบัติราชการในเรื่องใดๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่องเปิดเผย ยกเว้นแต่กรณีจำเป็นประโยชน์เรื่องต่างๆ ยกเว้นในเรื่องใด
ก. ความมั่นคงของประเทศ / เศรษฐกิจ
ข. ความมั่นคงของรัฐ *
ค. การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ง. การคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล
39.ส่วนราชการต้องจัดให้มีคณะกรรมการประเมินอิสระ ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจด้านต่างๆ ยกเว้นในภารกิจใดดังต่อไปนี้
ก. ภารกิจคุณภาพการให้บริการ
ข. ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ
ค. ความคุ้มค่าในภารกิจ
ง. ความพึงพอใจของข้าราชการ *
40.เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ ให้เกิดผลสัมฤทธ์ ก.พ.ร. อาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการกำกับการปฏิบัติราชการ โดยวิธีการใด
ก. จัดทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร *
ข. การประเมินคุณภาพ
ค. การตรวจสอบภายใน
ง. การประเมินตนเอง
41. เมื่อสิ้นปีงบประมาณส่วนราชการต้องจัดทำรายงานแสดงผลสัมฤทธิ์ของงานและแผนปฏิบัติราชการ เสนอต่อหน่วยงาน
ก. กระทรวงการคลัง
ข. สำนักงบประมาณ
ค. คณะรัฐมนตรี *
ง. กรมบัญชีกลาง
42.หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดสรรงบประมาณให้ส่วนราชการ เพื่อปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการ ที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว
ก. กระทรวงการคลัง
ข. สำนักงบประมาณ *
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. กรมบัญชีกลาง
43.ส่วนราชการมีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีในแต่ละปีงบประมาณเสนอต่อผู้ใดเพื่อให้ความเห็นชอบ
ก. รัฐมนตรี *
ข. คณะรัฐมนตรี
ค. ปลดักระทรวง
ง. อธิบดี
44.แผนนิติบัญญัติเป็นแผนเกี่ยวกับเรื่องใด
ก. กฎหมายที่จะต้องจัดให้มีขึ้นใหม่
ข. กฎหมายที่ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม
ค. กฎหมายที่ต้องยกเลิก
ง. ถูกทุกข้อ *
45.เมื่อมีการประกาศใช้บังคับแผนการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ใครเป็นผู้มีอำนาจจัดทำแผนนิติบัญญัติ
ก. คณะกรรมการกฤษฏีกา
ข. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก และ ข *
46.การจัดทำแผนบริหารราชการแผ่นดินให้จัดทำเป็นแผนระยะเวลากี่ปี
ก. 4 ปี *
ข. 5 ปี
ค. 6 ปี
ง. 8 ปี
47.แผนการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว มีผลผูกพันใครบ้าง
ก. คณะรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรี
ค. ส่วนราชการ
ง. ถูกทุกข้อ *
48.ผู้มีอำนาจให้ความเห็นชอบแผนการบริหารราชการแผ่นดิน คือใคร
ก. คณะรัฐมนตรี *
ข. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ค. สำนักงบประมาณ
ง. ถูกทุกข้อ
49.เมื่อคณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาพแล้ว ส่วนราชการใด มีหน้าที่จัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 90 วัน
ก. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ข. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการและเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ค. สำนักงบประมาณ
ง. ถูกทุกข้อ *
50.เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ หน่วยงานใดอาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตราการกำกับการปฏิบัติราชการโดยวิธีจัดทำความ
ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร หรือวิธีอื่น เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ
ก. ส่วนราชการทุกส่วนราชการ
ข. ก.พ.ร. *
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค.