ผบ.ตร.สานฝัน ประทวนเลื่อนชั้นสัญญาบัตร พลิกศรัทธาตำรวจคืน "เชื่อว่าถ้าข้าราชการตำรวจมองเห็นอนาคต ได้เห็นความเจริญก้าวหน้า มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีฐานะทางสังคมสูงขึ้น ได้รับการยอมรับนับถือ เป็นธรรมดาของคนจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง จะทำให้ปัญหาเรื่องการรีดไถ เรียกรับส่วย การทุจริตลดลง สอดคล้องหลักการบริหารงานบุคคล สรรหา พัฒนา และรักษาบุคลากร จะได้นำบุคลากรที่มีประสบการณ์มาใช้ในการทำงานมาช่วยกันดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน เพราะรู้จักคน รู้จักพื้นที่ เข้ากับชุมชนได้เป็นอย่างดี คิดว่าสังคมจะได้ประโยชน์ จากตรงนี้มากที่สุด"
เป็นความเข้าใจของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือก-สุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนให้มีการสอบคัดเลือกตำรวจชั้นประทวนเป็นชั้นสัญญาบัตรในระยะเวลา 3 ปี ปีละ 7,500 อัตรา แยกเป็น 2 ส่วน คือ ตำรวจชั้นประทวนวุฒิปริญญาตรี จำนวน 5,000 อัตรา ชั้นประทวนไม่มีวุฒิปริญญาตรี 2,500 อัตรา
การสอบคัดเลือก และกลุ่มนายดาบตำรวจอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรี จำนวน 500 นาย จะใช้วิธีการคัดเลือกนายดาบตำรวจที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของชุมชน ผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ได้มีโอกาสขยับเลื่อนตำแหน่งจนถึงระดับ สว. เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจตำรวจชั้นผู้น้อย และเป็นการแก้ไขปัญหาอัตราชั้นสัญญาบัตรที่ขาดแคลน
โดยเฉพาะด้านการให้บริการประชาชน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการปฏิรูประบบงานตำรวจ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงานของตำรวจชั้นประทวนที่ทุ่มเททำคุณงามความดีมาโดยตลอด พล.ต.อ.วิเชียรได้ย้ำแนวนโยบายสำคัญในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจข้าราชการตำรวจ
โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ ชั้นผู้น้อยให้ได้สิ่งที่จำเป็นพื้นฐานในการ ดำรงชีวิต และปฏิบัติหน้าที่สิทธิประโยชน์ที่พึงได้ของข้าราชการตำรวจแต่ละตำแหน่งเป็นจุดเริ่มต้นในการขอสนับสนุนงบประมาณ ในการจัดการสวัสดิการที่พอเพียงต่อการปฏิบัติหน้าที่
การดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ตามสมควรของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยจะเป็นแรงผลักดันให้ตำรวจทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างเต็มที่
พล.ต.อ.วิเชียรไม่ต้องการให้ผู้บังคับบัญชาทอดทิ้งข้าราชการตำรวจและครอบครัว โดยเฉพาะ ตำรวจประจำโรงพักที่เป็นหัวใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อตอบแทนและสานฝันตำรวจชั้นผู้น้อย...
มีการนำนโยบายสมัยปี 2549 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาเพื่อพัฒนาระบบงานตำรวจ ที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ์ เดชกุญชร เป็นประธาน ได้ข้อ เสนอ 10 ประเด็นหลัก ผ่าตัดใหญ่องค์กรตำรวจ
ตำรวจชั้นประทวน ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ได้รับการเลื่อนระดับเป็นชั้นสัญญาบัตรโดยเร็วที่สุด, กำหนดความก้าวหน้าของตำรวจชั้นประทวนให้สามารถไปสู่ชั้นสัญญาบัตรได้อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้มีตำแหน่งสัญญาบัตรเพิ่มเติมในตำแหน่งด้านการให้บริการประชาชน และการลดความถี่ของชั้นยศในระดับชั้นประทวน โดยกำหนดให้มีชั้นยศนายดาบเพียงชั้นยศเดียว
จนมาสมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.วสิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบงานตำรวจ โดยนำแนวคิดของคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจมาเป็นตัวแบบในการพิจารณาดำเนินการ
ตัดเรื่องลดชั้นยศระดับชั้นประทวนให้ เหลือชั้นยศนายดาบ เนื่องจากเป็นเรื่องระบบบังคับบัญชาแต่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าชั้นประทวน...
ติดที่มติ ครม.ปี 2541 ที่ไม่ให้เพิ่มจำนวนข้าราชการ จึงไม่มีอัตราเงินเดือนเพียงพอที่จะบรรจุแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รอง สว. จะต้องดำเนินการปรับอัตราชั้นประทวนเป็นสัญญาบัตรแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกรอบวงเงินงบประมาณที่ ตร.ได้รับจัดสรรจากรัฐบาล ใช้วิธีการสอบหรือคัดเลือกตามความเหมาะสม
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. จึงแต่งตั้งอนุกรรมการ ประมวลงานปฏิรูประบบงานตำรวจที่มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. เป็นประธานอนุกรรมการ ศึกษารายละเอียด ระเบียบ และแนวทางการดำเนินการที่เป็นไปได้อย่างจริงจัง
เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้ตำรวจชั้นผู้น้อยจนได้ข้อยุติ จึงเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ก.ต.ช. ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก.ต.ช. มีมติเห็นชอบในการเลื่อนชั้นประทวนเป็นสัญญาบัตร ภายในระยะเวลา 3 ปี ปีละ 7,500 อัตรา
โดยอัตราเงินเดือนที่ใช้รองรับการบรรจุแต่งตั้ง ใช้วิธีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเป็นอัตราเงินเดือนชั้นสัญญาบัตร และประสานสำนักงบประมาณขอพอกอัตราเงินเดือนเพื่อไม่ให้ขัดมติ ครม...
การปรับอัตราชั้นประทวนเป็นสัญญาบัตร ทำให้อัตราชั้นประทวนขาดแคลน จึงเห็นควรขออนุมัติ ครม.และ กพร. เพื่อยกเว้น และอนุมัติให้ ตร.ได้รับอัตราตำแหน่งที่เกษียณคืนมาในอนาคต
เพื่อประโยชน์ในการบริการประชาชน อย่างทั่วถึงได้ลดระยะเวลาดำรงตำแหน่งชั้นประทวน ซึ่งบรรจุแต่งตั้งจากบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี ให้เหลือไม่เกิน 2 ปี เพื่อให้มีสิทธิสอบคัดเลือกเลื่อนตำแหน่งเป็นชั้นสัญญาบัตร
ขออนุมัติหลักเกณฑ์ และวิธีการคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ที่ปฏิบัติหน้าที่หรือ เคยปฏิบัติหน้าที่ตามโครงการตำรวจชุมชนเพื่อแต่งตั้งเป็นชั้นสัญญาบัตรจากเดิมกำหนดคุณสมบัตินายดาบตำรวจต้องมีอายุ 57 ปีขึ้นไป จะมีสิทธิ์ขอรับการคัดเลือก ซึ่งเมื่อเกษียณทำให้ได้ยศ ร.ต.ท.เท่านั้น
มองเห็นความทุ่มเท เสียสละ และประสบการณ์ของนายตำรวจที่ทำงานในพื้นที่มาตลอดชีวิต หากจะมีการปรับเลื่อนตำแหน่ง น่าจะเปิดโอกาสให้ได้เลื่อนตำแหน่งจนถึงตำแหน่งสารวัตร
จึงเสนอขออนุมัติ ก.ต.ช. ลดคุณสมบัตินายดาบตำรวจให้มีอายุราชการ 50 ปีขึ้นไปจะต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรหัวหน้า ตำรวจชุมชนหรือผู้ช่วยหัวหน้าตำรวจชุมชน รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่หรือเคยปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าตำรวจชุมชนหรือผู้ช่วยตำรวจชุมชน ไม่น้อยกว่า 5 ปี
โดยให้ บก. และ บช. ตั้งคณะกรรมการประเมินเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และโปร่งใสเป็นสิ่งที่เหนือความคาดฝันของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย...
แม้จะเป็นเรื่องยาก เพราะมติ ครม.ไม่ให้ เพิ่มจำนวนข้าราชการ เนื่องจากไม่มีงบประมาณ สนับสนุนในเรื่องเงินเดือนแต่ความตั้งใจของ พล.ต.อ.วิเชียร ทำความฝันตำรวจชั้นผู้น้อยให้เป็นจริงให้ได้
จากแรงหนุนทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่มองเห็นความสำคัญบทบาทหน้าที่ของตำรวจชั้นประทวนสอดคล้องนโยบาย พล.ต.อ.วิเชียร ต้องการเตรียมความพร้อมของหน่วยต่อสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
โดยเฉพาะทำให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธาในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สถาพร หลาว-ทอง จเรตำรวจ และ พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขับเคลื่อนนโยบายระดับสถานีตำรวจ
ให้สอดรับนโยบายที่ว่า บริการดุจญาติ พิทักษ์ราษฎร์ดุจครอบครัว.
ทีมข่าวอาชญากรรม
อ้างอิงจาก
http://www.thairath.co.th/column/region/trialweek/131719