P พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔


ผู้เขียน หัวข้อ: พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔  (อ่าน 11593 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
-เนื่องจากได้มีการตราพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ และประกาศในราชกิจจานุเบก เมื่อวันที่ ๒๑ มี.ค.๒๕๕๔
และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ต.ค.๒๕๕๓ เป็นต้นไป นั้น

ดังนั้น เห็นควรให้เหล่าเพื่อนข้าราชการตำรวจทั้งหลายได้รับทราบเป็นข้อมูล และทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไป

------------------------------

พระราชบัญญัติ
ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๔
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
เป็นปีที่ ๖๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎ(......สุนัข))ยว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติตำ รวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๔”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๗ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๖๗ อัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้
อัตราเงินประจำตำแหน่งและการรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามบัญชี
ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ เงินประจำตำแหน่งไม่ถือเป็นเงินเดือน
ข้าราชการตำรวจตำแหน่งใด จะได้รับเงินประจำตำแหน่งท้ายพระราชบัญญัตินี้ในอัตราใด
ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ในกรณีที่สมควรปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำ รวจให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ
ที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าการปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าวเป็นการปรับเพิ่มร้อยละเท่ากันทุกอัตรา และไม่เกิน
ร้อยละสิบของอัตราที่ใช้บังคับอยู่ และเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากรัฐสภาเพื่อการนั้นแล้ว
การปรับให้กระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และให้ถือว่าบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกา
ดังกล่าวเป็นบัญชีอัตราเงินเดือนท้ายพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่การปรับเป็นร้อยละเท่ากันทุกอัตรา
ดังกล่าว หากทำให้อัตราหนึ่งอัตราใดมีเศษไม่ถึงสิบบาท ให้ปรับตัวเลขเงินเดือนของอัตราดังกล่าว
ให้เพิ่มขึ้นเป็นสิบบาทและมิให้ถือว่าเป็นการปรับอัตราร้อยละที่แตกต่างกัน
การปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจให้เข้าอันดับและขั้น ระดับและชั้น ระดับและขั้น
หรือชั้นและขั้น แล้วแต่กรณี ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งและวรรคสี่
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด และให้มีผลเป็นการแก้ไขขั้นหรือชั้นเงินเดือน
ข้าราชการตำรวจที่กำหนดไว้ในกฎหรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง”
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑) ของวรรคหนึ่ง
ของมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๕) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) ให้ได้รับ
เงินเดือนระดับ ส.๕ ถึง ส.๖
(๖) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๔ ถึง ส.๕
(๗) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโท ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๓ ถึง ส.๔
(๘) ข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๒ ถึง ส.๓
(๙) ข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ร้อยตำรวจโท และร้อยตำรวจตรี ให้ได้รับเงินเดือน
ระดับ ส.๑ ถึง ส.๓
(๑๐) ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๓ ถึง ส.๓
(๑๑) ข้าราชการตำรวจยศจ่าสิบตำรวจอัตราเงินเดือนจ่าสิบตำรวจ (พิเศษ) ให้ได้รับเงินเดือน
ระดับ ป.๒ ถึง ป.๓”
มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่และวรรคห้าของมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติ
ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗
“ข้าราชการตำรวจตาม (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) ซึ่งได้รับเงินเดือนเต็มขั้น
สูงสุดของระดับที่ตนได้รับอยู่ในขณะนั้นในปีงบประมาณใด หากผ่านการประเมินสมรรถภาพ
ความประพฤติ ความรู้ความสามารถ และผลการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ให้มีสิทธิได้รับเงินเดือนในระดับที่
สูงขึ้นตามที่กำหนดไว้ใน (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๑) แล้วแต่กรณีอีกหนึ่งระดับ
โดยเริ่มต้นให้ได้รับเงินเดือนในขั้นใกล้เคียงไม่ต่ำกว่าเงินเดือนที่ได้รับอยู่เดิม
การประเมินสมรรถภาพ ความประพฤติ ความรู้ความสามารถ และผลการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้ง
การได้รับเงินเดือนภายหลังผ่านการประเมิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด”
มาตรา ๖ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๖๗ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้นำ
พระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับเงินประจำตำแหน่งที่ออกตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๕๓๘ มาใช้บังคับกับการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้
โดยอนุโลม
มาตรา ๗ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี


(......สุนัข))ยเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ข้าราชการตำรวจมีภารกิจหลัก
ในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา และการอำนวย
ความยุติธรรมแก่ประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ สมควรมีบัญชีอัตราเงินเดือนและ
บัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งเป็นการเฉพาะ รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างระบบเงินเดือนของข้าราชการตำรวจ
บางตำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อให้เ(......สุนัข))ะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

อ้างอิงจาก : เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๑๗ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มีนาคม 2011 00:34:22 โดย Chanuwat Saengsuwan »




ออฟไลน์ Flame of Recca

  • จ.ส.ต.
  • *
  • กระทู้: 47
  • : +132/-0
  • เพศ: ชาย
  • เปลวไฟในพายุ
Re: พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 30 มีนาคม 2011 02:30:58 »
รับทราบ.................. ดูเอาไว้นะ เผื่อมีในข้อสอบสัญญาบัตร จ้า
ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง
แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง
ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง
จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง..!!

ออฟไลน์ ๗๙ ร้อย ๒ ภ.๔ (ขอนเเก่น)

  • ส.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 10
  • : +14/-0
  • เพศ: ชาย
Re: พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 26 เมษายน 2011 14:46:09 »
อยากขอความรู้กับเพื่อนเกี่ยวกับประกันภัย
  เรื่องมีอยู่ว่ามีอุบัติเหตุรถ จยย. ชนกับรถกระบะ
  พงส. ชี้ รถ จยย.ประมาท เเต่คนขับรถ จยย.ตาย
  รถกระบะทำประกันประเภท 1 อยากทราบว่า
  ตามประกันภัยประเภท 1 จำเป็นไหมที่ รถจยย.ต้องเป็นฝ่ายถูก
  มี กม.ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะผมอ่าน กรรมธรรไม่เห็น
  ว่าจะจ่ายกรณีประมาทหรือไม่ประมาทเห็นเเต่บอกว่า
  คุ้มครองกรณีเสียชีวิต
--------------สายัญ

ออฟไลน์ baokorn

  • จ.ส.ต.
  • *
  • กระทู้: 48
  • : +34/-0
Re: พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26 เมษายน 2011 15:53:30 »
อยากขอความรู้กับเพื่อนเกี่ยวกับประกันภัย
  เรื่องมีอยู่ว่ามีอุบัติเหตุรถ จยย. ชนกับรถกระบะ
  พงส. ชี้ รถ จยย.ประมาท เเต่คนขับรถ จยย.ตาย
  รถกระบะทำประกันประเภท 1 อยากทราบว่า
  ตามประกันภัยประเภท 1 จำเป็นไหมที่ รถจยย.ต้องเป็นฝ่ายถูก
  มี กม.ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะผมอ่าน กรรมธรรไม่เห็น
  ว่าจะจ่ายกรณีประมาทหรือไม่ประมาทเห็นเเต่บอกว่า
  คุ้มครองกรณีเสียชีวิต
   กรณีที่มีผู้เสียชีวิต พรบ จะเป็นผู้จ่ายเงินก่อน แล้วส่วนเกินจากนั้นก็จะบังคับเอาจากประกันภัย คดีนี้คิดว่าร้อยเวรน่าจะช่วยผู้ขับขี่รถกระบะเพื่อช่วยไม่ให้ติดคุกเพราะร้อยเวรจะสรุปสำนวนได้แต่ไม่มีสิทธิตัดสินว่าใครผิดใครถูก ในเมื่อคนตายไปแล้วผู้ตายไม่สามารถเย้งได้ ฉะนั้นญาติผู้เสียชีวิตจะต้องต่อสู้คดีแทนโดยต้องติดใจเอาความ และฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกัน ด้วย
     อย่าไปอ่อนข้อให้ร้อยเวร จำไว้
                                     จาก .........47

ออฟไลน์ vampire007

  • สัญญาบัตร 7000/54
  • ***
  • กระทู้: 26
  • : +16/-0
Re: พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2011 07:15:49 »
ว.2 .......

 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)