P แถลงการณ์การดำเนินการเรื่อง"ความชอบธรรม"ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงอัปเดทที่ห้องนี้


ผู้เขียน หัวข้อ: แถลงการณ์การดำเนินการเรื่อง"ความชอบธรรม"ทุกๆ การเปลี่ยนแปลงอัปเดทที่ห้องนี้  (อ่าน 809429 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ baletta 92fs

  • พ.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 165
  • : +598/-0
  • เพศ: ชาย
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ  สู้สู้ๆๆๆๆๆ 6,.
สู้ทุกสถานการอยู่แล้ว ว่าแต่ว่าจะเจอม็อบหรือเปล่าน้อ


ออฟไลน์ baletta 92fs

  • พ.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 165
  • : +598/-0
  • เพศ: ชาย
ได้ข่าวว่าเปิดสอบ สัญญาบัตร อีกแล้ว แต่ว่าเราก็โดนบล็อกอีกแล้ว  เป็นผลจากการที่ศาลปกครอง มีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว 4,. 4,. 4,. 4,. 1mjk 1mjk

ออฟไลน์ baletta 92fs

  • พ.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 165
  • : +598/-0
  • เพศ: ชาย
 ข่าวแว่วๆมา ปีงบประมาณ 2555 จะมีการเปิดสอบปลัดอำเภออีกรอบ อ่านหนังสือ เตรียมไว้นะเพื่อนๆ สำหรับ เพื่อนๆที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน 8,. 8,. 8,.

ออฟไลน์ สภ.พานทอง

  • ด.ต.
  • *
  • กระทู้: 57
  • : +107/-0
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ  สู้สู้ๆๆๆๆๆ 6,.
สู้ทุกสถานการอยู่แล้ว ว่าแต่ว่าจะเจอม็อบหรือเปล่าน้อ
ท่านสวป.ใหม่เป็นยังไงบ้างครับ ท่านใจดีนะและชอบทานส้มตำ ท่านย้ายจากพานทองไปพัทยา

ออฟไลน์ The Kop Thailand

  • ร.ต.อ.
  • ***
  • กระทู้: 111
  • : +391/-0
  • เพศ: ชาย
สู้ทุกคนอย่าท้อๆๆๆๆๆๆๆๆสู้โว้ย 9,. 9,.
THE  KOP

ออฟไลน์ benz3018

  • ส.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 13
  • : +27/-2
เงียบจัง ไม่มีข่าวอะไรเลยหรอครับช่วงนี้

ออฟไลน์ Lim Khum Che

  • ด.ต.
  • *
  • กระทู้: 61
  • : +174/-0
จบปริญญาตรี แต่มาเข้าปจ. แล้วจะเรียนทำไมตั้ง 4 ปี ใช้แต่กำลัง วาสนาคงเป็นแค่ชนชั้นปฏิบัติ ต้องรอเวลาอีกนานเท่าไหร่ จะขึ้งสู่ชนชั้นสั่งการ

ออฟไลน์ SEA

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 4
  • : +3/-0
เอาสมองส่วนไหนคิดฟะเนี่ย! 1mjk 4,.

BM27

  • บุคคลทั่วไป
จบปริญญาตรี แต่มาเข้าปจ. แล้วจะเรียนทำไมตั้ง 4 ปี ใช้แต่กำลัง วาสนาคงเป็นแค่ชนชั้นปฏิบัติ ต้องรอเวลาอีกนานเท่าไหร่ จะขึ้งสู่ชนชั้นสั่งการ

มันคือความอัปยศของ หน่วยราชการ
1.รับวุฒิ ม.6 มาเป็นประทวน ดีกว่า เพราะ มีความเหมาะสมกับเนื้องานที่ทำ  ค่าจ้างถูกกว่า  บุคคลจบม.6มีงานทำ  ไม่ผิดกฎหมาย มีแต่เรื่องดีๆ
2.แต่เสือ เอาปอตี มาเป็นปะทวน เป็นการใช้ทรัพยากรมนุษย์ที่โง่มาก  สิ้นเปรืองงบประมาณประเทศชาติ ผลาญเงินชาติ ผิดกฎหมายหมาย  ไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนคิด(สงสัย สมอง...)

ฟังดูอาจเป็นการยกระดับตร  แต่มันโง่ไงทางปฏิบัติมันไม่ใช่  เพราะเนื้องานมันต่างกัน 

ลองไปดูนโยบายมันดิ ไม่น่าเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 มีนาคม 2010 09:21:55 โดย BM27 »

Singha

  • บุคคลทั่วไป
อีกอย่างหนึ่งก็คือ

ทำให้มีปัญหากับรุ่นพี่ ซึ่งจะมองเราว่า เข้ามาเป็นจาก ป.ตรี เงินเดือน การเลื่อนยศ หรืออื่น ๆ อีก

เขาก็บอกว่า เขาก็มีวุฒิ ป.ตรี ก่อนเข้ามาเหมือนกัน ทำไมไม่ได้เหมือนกัน

เข้ามาหลังตั้งสี่ห้าปี อยู่แค่ปีสองปีก็ทัน ก็แซงไปแล้ว

ต่อไป ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง มันจะเป็นอย่างไร

ออฟไลน์ pupae

  • ร.ต.ท.
  • **
  • กระทู้: 103
  • : +157/-0
ค่าของคนอยู่ที่การกระทำ


เกิด ก่อน เดินหน้า หรือมาทีหลัง


คุณธรรม มันอยู่ที่ใจ



เราควร




บูชา คนที่ควร บูชา



ไม้ใบเบื่อร่วง ยังมีดีในการทำปุ๋ย  แต่คนที่ไร้ค่า ไม่มีคุณธรรม ใช้ทำอะไรไม่ได้เลย


คิดดี -  ทำดี   :  ใช้ชีวิตให้สร้างสรรค์

ออฟไลน์ Apan

  • สัญญาบัตร 7000/54
  • ***
  • กระทู้: 148
  • : +543/-0
  • เราฝึกกายฝึกใจไว้ เพื่อพิทักษ์รับใช้ประชาชน.....
 ได้รับทราบมาว่า ตอนนี้กำลังจะมีกฎ ก.ตร.เรื่องการเลื่อนยศของพวกเรา
ส.ต.ต.-ส.ต.ท. 1 ปี  
ส.ต.ท.-ส.ต.อ. 2 ปี  
ส.ต.อ.-จ.ส.ต. 3 ปี
 ซึ่งจะเข้าที่ประชุม ก.ตร.เร็วๆ นี้ และจะผ่านก่อน ต.ค. นี้แน่นอน ซึ่งมันจะมีผลกับเรา รุ่น 51 ด้วย คือจากเดิม ยศละ 1 ปี ต.ค. นี้เราต้องได้ ส.ต.อ.
แต่ถ้า กฏ ก.ตร.ดังกล่าวผ่าน เราก็ต้องติด ส.ต.ท. ไปอีก 1 ปี และ อีก 3 ปี จึงจะขึ้น จ.ส.ต.   1mjk
Sic Vis Pacum Parabellum.... แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์....

ออฟไลน์ chalreampol

  • WM
  • *
  • กระทู้: 364
  • : +311/-0
  • เพศ: ชาย
  • เยี่ยมเยียนติดตามได้ที่ http://www.iamhuahin.com
ได้รับทราบมาว่า ตอนนี้กำลังจะมีกฎ ก.ตร.เรื่องการเลื่อนยศของพวกเรา
ส.ต.ต.-ส.ต.ท. 1 ปี  
ส.ต.ท.-ส.ต.อ. 2 ปี  
ส.ต.อ.-จ.ส.ต. 3 ปี
 ซึ่งจะเข้าที่ประชุม ก.ตร.เร็วๆ นี้ และจะผ่านก่อน ต.ค. นี้แน่นอน ซึ่งมันจะมีผลกับเรา รุ่น 51 ด้วย คือจากเดิม ยศละ 1 ปี ต.ค. นี้เราต้องได้ ส.ต.อ.
แต่ถ้า กฏ ก.ตร.ดังกล่าวผ่าน เราก็ต้องติด ส.ต.ท. ไปอีก 1 ปี และ อีก 3 ปี จึงจะขึ้น จ.ส.ต.   1mjk



                  รุ่นนี้มันแรง................มันต้อง เบรค!!!!   ไปทุกเรื่อง..........

                  นายตำรวจทำงานเป็นที่ไหน.......ชั้นประทวน (ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ผู้ใหญ่ชอบเรียก 1,,) ที่ทำงานระดับล่างแต่ใช้สมองปัญญาสูง 5,.  ชั้นสัญญาบัตรบางคนตั้งด่านเป็นอย่างเดียว  9,. พอถึงเวลาตรวจงานก็ไม่มารับผิดชอบไรเลย 1mjk  ผมว่าภาระงานที่ชั้นประทวนรับผิดชอบมันมากกว่าระดับสัญญาบัตรนะ(บาง สน./สภ. นะครับ)

                 ฉะนั้น  ควรดูแลชั้นประทวนให้ดีหน่อย  หันมามองเหลียวแลกันบ้างนะครับเจ้านาย 7,.  

          

BM27

  • บุคคลทั่วไป
ได้รับทราบมาว่า ตอนนี้กำลังจะมีกฎ ก.ตร.เรื่องการเลื่อนยศของพวกเรา
ส.ต.ต.-ส.ต.ท. 1 ปี  
ส.ต.ท.-ส.ต.อ. 2 ปี  
ส.ต.อ.-จ.ส.ต. 3 ปี
 ซึ่งจะเข้าที่ประชุม ก.ตร.เร็วๆ นี้ และจะผ่านก่อน ต.ค. นี้แน่นอน ซึ่งมันจะมีผลกับเรา รุ่น 51 ด้วย คือจากเดิม ยศละ 1 ปี ต.ค. นี้เราต้องได้ ส.ต.อ.
แต่ถ้า กฏ ก.ตร.ดังกล่าวผ่าน เราก็ต้องติด ส.ต.ท. ไปอีก 1 ปี และ อีก 3 ปี จึงจะขึ้น จ.ส.ต.   1mjk


กฎหมายที่ออกมาทีหลัง ซึ่งมีผลเป็นโทษยิ่งกว่า จะมาลบล้างกฎหมายตัวแรกได้อย่างไร

ทั้งๆที่ พวกเรา อีก6เดือน ก็จะติด ส.ต.อ.แล้ว 

ไอ้พวกปัญญาอ่อน

Singha

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องนี้เห็นอนัตตาพูดไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

เนื่องจากมีคนมาพูดว่า จะดำเนินการไปทำไม (ดำเนินการตามเรื่องของความชอบธรรมฯนี้)

เพราะอย่างไร ๆ พวกเราก็ได้เลื่อนยศปีละหนึ่งชั้นยศอยู่แล้ว (ปีนี้ได้ติดสิบเอก)

คุณเธอก็บอกไว้ว่าตอนนี้ ที่ ตร.มีการดำเนินการดังกล่าว โดยจะยกเลิกคำสั่ง ตร. ที่ 1644/25XX

โดยจะใช้ กฎ ก.ตร ที่จะใช้บังคับนี้แทน ซึ่งน่าจะมีผลประมาณปลายปีนี้

ออฟไลน์ Ooนู๋นุ้ยoO

  • ร.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 78
  • : +186/-0
ขอประชาสัมพันธ์ นิดหนึ่งคับ
ท่านใดสนใจอยากโอนย้ายมา สน.ลำผักชี โปรดแจ้งความประสงค์ได้นะคับ ขอภายในอทิดนี้นะคับ
สน.บ้านนอก มีเซเว่น 3 ร้าน ธนาคาร 1 แห่ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ประชากรส่วนมากเป็นชาวอิสลามกว่า 80 % มาลงสาย ป. แต่จะมาทำหน้าที่อะไรนั้นหรือมีความสามรถเช่นไรนั้นมาคุยตกลงกันได้คับ แต่ตอนนี้งานคดีขาดคนมาก สายตรวจก็ขาดเยอะสนใจติดต่อได้นะคับ   080-7788863 ส.ต.ท. วุฒิพงศ์  กปป 51 เฉพาะรุ่น 51 นะคับ

ขอบคุณครับ
         

ออฟไลน์ jor2400

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 189
  • : +328/-2
ขอประชาสัมพันธ์ นิดหนึ่งคับ
ท่านใดสนใจอยากโอนย้ายมา สน.ลำผักชี โปรดแจ้งความประสงค์ได้นะคับ ขอภายในอทิดนี้นะคับ
สน.บ้านนอก มีเซเว่น 3 ร้าน ธนาคาร 1 แห่ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ประชากรส่วนมากเป็นชาวอิสลามกว่า 80 % มาลงสาย ป. แต่จะมาทำหน้าที่อะไรนั้นหรือมีความสามรถเช่นไรนั้นมาคุยตกลงกันได้คับ แต่ตอนนี้งานคดีขาดคนมาก สายตรวจก็ขาดเยอะสนใจติดต่อได้นะคับ   080-7788863 ส.ต.ท. วุฒิพงศ์  กปป 51 เฉพาะรุ่น 51 นะคับ

ขอบคุณครับ
         
ขนาดนั้นเลยหรอท่านนุ้ย แล้วตอนกลางค่ำกลางคืน หาของกินได้ป่าวละท่าน

ออฟไลน์ Ooนู๋นุ้ยoO

  • ร.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 78
  • : +186/-0
ขอประชาสัมพันธ์ นิดหนึ่งคับ
ท่านใดสนใจอยากโอนย้ายมา สน.ลำผักชี โปรดแจ้งความประสงค์ได้นะคับ ขอภายในอทิดนี้นะคับ
สน.บ้านนอก มีเซเว่น 3 ร้าน ธนาคาร 1 แห่ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ประชากรส่วนมากเป็นชาวอิสลามกว่า 80 % มาลงสาย ป. แต่จะมาทำหน้าที่อะไรนั้นหรือมีความสามรถเช่นไรนั้นมาคุยตกลงกันได้คับ แต่ตอนนี้งานคดีขาดคนมาก สายตรวจก็ขาดเยอะสนใจติดต่อได้นะคับ   080-7788863 ส.ต.ท. วุฒิพงศ์  กปป 51 เฉพาะรุ่น 51 นะคับ

ขอบคุณครับ
         
ขนาดนั้นเลยหรอท่านนุ้ย แล้วตอนกลางค่ำกลางคืน หาของกินได้ป่าวละท่าน


รอบบริเวณ สน. มีทุ่งนาล้อมรอบ ประกอบกับมีคลองผ่านหลัง สน. ปลา กบ เขียด แม้กระทั้ง งู ยังตายบนถนนให้เห็นแทบทุกวันครับท่าน ...อิอิ(ใครสนใจมา จะให้เฟตอยู่ฟรีๆเลย 1 ห้องคับ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1ห้องนั่งเล่น)

ออฟไลน์ benz3018

  • ส.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 13
  • : +27/-2
วงการนี่มันสุโค่ยจริงๆ  ไอ้ควายเอ่ย ฃ ขอสาปแช่งไอ้ควายที่มันคิดแบบโง่ๆขึ้นมาละกาน  ใช้คนไม่เคยเป็น รู้แต่ว่าจะทำไงให้ได้เงิน สาดดดแม้ง

ออฟไลน์ maha r.1

  • ด.ต.
  • *
  • กระทู้: 53
  • : +201/-0

ออฟไลน์ police551

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 8
  • : +19/-0
ไม่เงียบหลอกครับ ศาลท่านจำหน่ายคดีไปนานแล้ว

BM27

  • บุคคลทั่วไป
Re: แถลงการณ์การดำเนินการเรื่อง"ความชอบธ
« ตอบกลับ #571 เมื่อ: 01 เมษายน 2010 15:53:41 »
ไม่เงียบหลอกครับ ศาลท่านจำหน่ายคดีไปนานแล้ว

...........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 เมษายน 2010 11:49:29 โดย BM27 »

ออฟไลน์ colt59

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 2
  • : +3/-0
กระผมเห็นด้วยครับ เพราะถ้าเอาปริญญาตรีมาเป็นชั้นประทวนแล้วใช้งานแบบ ม.6 นั้นถือเป็นเรื่องที่ใช้คนไม่ถูกกับงานเลยครับ น่าจะมีคนเอาเรื่องนี้ให้สื่อทราบบ้างเพราะน่าจะเป็นเครื่องช่วยอีกแรง เพราะถ้าเป็นเช่นนี้แล้วคนที่มาเป็นนายเช่น รร.นายร้อยจึงน่าจะให้เรียนจนจบ ป.โท ก่อนจึงให้ติดร้อยตรีน่าจะเป็นมาตราฐานเดียวกัน เป็นต้น เพราะคนที่จะมาควบคุมงานตามหลักบริหารแล้วน่าจะมีวุฒสูงกว่านะครับ ดูตัวอย่างได้ทั่วโลกที่เคาทำกันครับ จึงขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จนะครับ

ออฟไลน์ police551

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 8
  • : +19/-0
ก่อนที่ มึงจะด่าใครในบอร์ดนี้ขอให้มึงคิด หรือหาข้อมูลให้ดีก่อนแล้วค่อยแสดงความคิดเห็น เห็นหลายๆครั้งคุณพี่bm7ชอบแสดงความคิดเห็นตามความรู้สึกก่อนที่จะค้นคว้ามา แล้วค่อยโพส (พวกความรู็ไม่เก่ง แต่พิมเก่ง)

ออฟไลน์ baletta 92fs

  • พ.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 165
  • : +598/-0
  • เพศ: ชาย
ก่อนที่ ..ึงจะด่าใครในบอร์ดนี้ขอให้..ึงคิด หรือหาข้อมูลให้ดีก่อนแล้วค่อยแสดงความคิดเห็น เห็นหลายๆครั้งคุณพี่bm7ชอบแสดงความคิดเห็นตามความรู้สึกก่อนที่จะค้นคว้ามา แล้วค่อยโพส (พวกความรู็ไม่เก่ง แต่พิมเก่ง)
สามัคคีกันไว้นะ ถึงจะเป็นประทวนแต่เราก็เป็นข้าราชการ ข้าราชการคือข้าของพระราชา ปฏิบัติหน้าที่แทนพระเจ้าอยู่หัว ถึงแม้ว่าเราเป็นประทวน แต่ก็มีโอกาสที่จะป็นสัญญาบัตร เราๆก็รู้ว่าสังคมไทยน่ะ มีแต่เจ้ายศเจ้าอย่างถือสถาบันการเรียนเป็นที่ตั้ง จบสามพรานเป้นสัญญาบัตรจบปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ แต่เราจบปริญญาตรีมีศักดิ์เทียบเท่า เห็นมั้ยว่าเขาถือสถาบันมากๆ เขาอ้างว่าฝึกมากกว่า แล้วคนฝึกมาน้อยเขาทำงานไม่เป็นหรือไง ให้ทุกคนพิจารณา ฝากถึงเจ้านายทั้งหลายด้วย

ออฟไลน์ k.klarord

  • ส.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 13
  • : +5/-0
เพื่อน ๆ ใครรู้เรื่องวินัยตอบหน่อย "คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน"
เรายังมีสิทธิอะไรบ้าง ใครตอบได้ตอบหน่อย ปวดหัวมากเพราะที่อ่าน
กับรุ่นพี่บอกมันคนละอย่าง เอาที่แน่ ๆ ชัวร์ ๆ เลยครับ

Singha

  • บุคคลทั่วไป
Re: แถลงการณ์การดำเนินการเรื่อง"ความชอบธ
« ตอบกลับ #576 เมื่อ: 07 เมษายน 2010 10:22:13 »
ไม่เงียบหลอกครับ ศาลท่านจำหน่ายคดีไปนานแล้ว

...........

ถ้ามีคำสั่งอย่างไร ศาลคงแจ้งให้ทราบ กับผู้ฟ้องคดีทั้งหลาย

ซึ่งมีกว่าร้อยคน คงต้องมีสักคนได้รับแจ้งมา

ถึงเวลานั้น คงเพื่อนที่ได้รับแจ้งจากศาล คงนำเอกสาร หลักฐานนั้นมาแสดง

อย่าเพิ่งวิตกไป หรือคาดเดาอะเไรไปเองครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 เมษายน 2010 16:59:55 โดย S@Thonglor »

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
            เพื่อมิให้เกิดความสับสนหรือเป็นกังวลในเรื่องการดำเนินการฯ  ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนใดนั้น  ขอชี้แจงรายละเอียด กล่าวคือ
วันที่ ๒๔ มี.ค.2553  ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาของผู้ฟ้องคดีทั้งหนึ่งร้อยห้าสิบห้าไว้พิจารณา  เนื่องจาก "ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกไม่อาจถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจเลี่ยงได้จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม  ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ กับพวกจึงไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลตามมาตรา ๔๒ วรรหนึ่งแห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลฯ พ.ศ.๒๕๔๒.."  
    โดยหมายเหตุ ให้มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ด้รับแจ้งคำสั่งศาล...
             ดังนั้น ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่จะต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว  ภายในวันที่ ๒๕ เม.ย.๕๓ ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ฟ้องคดีกับพวกกำลังร่วมกันปรึกษาหารือการร่างคำอุทธรณ์เพื่อยื่นต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ต่อไป หากผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบต่อไป  อนึ่ง หากเพื่อนท่านใดมีแนวคิดหรือคำแนะนำใดๆที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อมิตรส่วนรวม ได้โปรดแจ้งข้าพเจ้าด้วยจักเป็นพระคุณยิ่ง (โทร 081-7137647)
                                     จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
                                    สิบตำรวจโทชานุวัฒน์  แสงสุวรรณ
                                                      ๘ เม.ย.๕๓
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 เมษายน 2010 14:37:34 โดย Chanuwat Saengsuwan »

ออฟไลน์ ๗๙ ร้อย ๒ ภ.๔ (ขอนเเก่น)

  • ส.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 10
  • : +14/-0
  • เพศ: ชาย
ทำไมตำรวจ ตชด.ยังรับ ม. 6 อยู่ ทั้งที่ รุ่นเราเป็น ป.ตรี เเล้ว สตช.มีกี่มาตราฐานกันเเน่
--------------สายัญ

ออฟไลน์ heroes

  • ร.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 85
  • : +336/-0
ผมออกความคิดเห็นว่าเราควรสอบถามความชอบธรรมเรื่องรับครูตชด.วุฒิมอ6น่ะครับ ถึงเงินเดือนจะไม่เท่าเราก็ตาม แต่ยศเท่ากันมันก็กลายเป็นว่าลดศักดิ์ศรีและดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว

Singha

  • บุคคลทั่วไป
มีคำสั่งของศาลปกครอง ฉบับอย่างย่อ มา

ลองพิจารณาดู

ใครมีฉบับเต็ม ก็เอามาลงให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษาเป็นแนวทางก็ได้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 เมษายน 2010 17:01:37 โดย S@Thonglor »

Singha

  • บุคคลทั่วไป
คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ของ ศาลปกครองกลาง
คดีหมายเลขดำที่ 1995/2552
คดีหมายเลขแดงที่ 452/2553
วันที่ 24 มีนาคม 2553

ระหว่าง
ผู้ฟ้องคดี กับพวก รวม 155 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 1
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ 2
ผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา ที่3
ฯลฯ?

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คณะกรรมการ ก.ตช. ในการประชุมครั้งที่ 1/2551 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2551 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดนโยบายให้ ตร. รับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี บรรจุและแต่งตั้งเป็น ขรก. ตร. ชั้นประทวน
ยศ สิบตำรวจตรี ฯ โดยให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ
ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้ดำเนินการตามมติ ก.ตช. โดยออกประกาศรับสมัครและแต่งตั้งบุคคลภายนอกฯ เพื่อสอบแข่งขันเข้ารับราชการเป็นตำรวจชั้นประทวน ยศ สิบตำรวจตรี  ............

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก ได้สมัครใจเข้ารับการสอบแข่งขันตามประกาศของผู้ถูกฟ้องที่ 3 และได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนฯ โดยไม่มีการโต้แย้งหรือคัดค้านประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ที่ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติฯ แต่อย่างใด

สำหรับหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีและคำชี้แจงของผู้ฟ้องคดีที่ 1 ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 14 สิงหาคม 2551  ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ขอให้พิจารณาบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี แทนการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี นั้น เป็นการยื่นภายหลังจากที่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และพวก ได้สมัครและเข้าสอบแข่งขันตามประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก ได้ยอมรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบแข่งขันของผู้ฟ้องคดีที่ 3 ซึ่งประกาศรับสมัครสอบแข่งขันดังกล่าวได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า รับสมัครบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน

และเมื่อปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 และพวก สอบแข่งขันได้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ออกคำสั่งบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศ สิบตำรวจตรีตรงตามที่ระบุไว้ในประกาศสมัครสอบแข่งขันด้วยแล้ว
จึงไม่ถือว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก เป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสาม ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวก จึงไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542

จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ออฟไลน์ เทวิน

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 3
  • : +8/-0
เมื่อไม่ใช่ผู้เสียหาย ทางออกคือส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีเจ้าหน้าที่หือหน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 244 และมาตรา 245 กรณีนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว กรณีผู้ฟ้องมิใช่ผู้เสียหายแต่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมาย ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาฟ้องขอให้แก้ไขได้

ออฟไลน์ เทวิน

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 3
  • : +8/-0
นำเอาเนื้อหาคำฟ้อง(ที่ยื่นฟ้อง)ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกคำสั่งและหรือประกาศ ที่ไม่ถูกต้องตามกฏ ก.ตร.ข้อ ๓  ที่บอกว่าการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจขั้นสัญญาบัตร ชั้นประทวน และชั้นพลตำรวจ ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้

         (๑) การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ หรือชั้นประทวน ให้ได้รับเงินเดือนขั้นต่ำของชั้นพลตำรวจหรือชั้นประทวน เพื่อเข้ารับการศึกษาหรือฝึกอบรมในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ตำรวจชั้นประทวน หรือชั้นสัญญาบัตร รับเงินเดือนตามคุณวุฒิให้ดำเนินการด้วยวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันกรณีใดจะใช้วิธีใดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้กำหนด
หลักสูตรการศึกษาหรือการฝึกอบรมตามความในวรรคแรก ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณากำหนด โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการ และพื้นความรู้ของผู้เข้ารับการศึกษาหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรม ดังนี้

               (ก) หลักสูตรการศึกษาสำหรับผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเพื่อเข้ารับการศึกษาให้กำหนดหลักสูตรที่สร้างองค์ความรู้ เสริมสร้างทักษะและปรับปรุงบุคลิกภาพในการปฏิบัติราชการ

               (ข) หลักสูตรการฝึกอบรมผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในฐานะผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือปริญญา ให้กำหนดหลักสูตรที่เสริมสร้างและปรับปรุงบุคลิกภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทักษะในการปฏิบัติงานนอกเหนือไปจากพื้นความรู้ที่ใช้บรรจุเข้ารับราชการ

หลักสูตรการศึกษาหรือการฝึกอบรมตาม (ก) และ (ข) ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.

ในระยะเริ่มแรกให้ถือว่าหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่มีอยู่เดิม เป็นหลักสูตรการศึกษาและหลักสูตรการฝึกอบรมที่ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบไปพลางก่อน

         (๒) การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนให้ได้รับเงินเดือนขั้นต่ำของชั้นประทวน เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดในข้อ ๓ (๑) (ข) เพื่อเลื่อนให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ ให้ดำเนินการด้วยวิธีการคัดเลือก

         (๓) การบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือปริญญา เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน หรือชั้นสัญญาบัตร รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ ให้ดำเนินการด้วยวิธีการสอบแข่งขันยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้จะดำเนินการด้วยวิธีการคัดเลือกก็ได้

               (ก) ผู้สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือปริญญา ในสาขาวิชาที่ ก.ตร. กำหนดให้เป็นวุฒิที่ใช้คัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้

ประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือปริญญา ที่ ก.ตร. กำหนดให้เป็นวิชาชีพที่ขาดแคลนที่ ก.ตร. กำหนด ก่อนกฎ ก.ตร. นี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นวุฒิที่ใช้คัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการตำรวจได้ตามกฎ ก.ตร. นี้

        กฎ ก.ตร.นี้มิได้หมายความว่ารับป.ตรีเข้ามาโดยได้รับเงินตามคุณวุฒิอย่างเดยวแต่ชั้นเงินเดือนต้องถูกต้องตามคุณวุฒิด้วย กรณีนี้เงินเดือนชั้น ป.1เท่ากับคุณวุฒิ ม.6 ปตามประกาศรับสมัครและคำสั่งบรรจุแต่งตั้งจึงมิชอบด้วย กฎ ก.ตร.ดังกล่าว ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจฟ้องต่อศาลปกครองไดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 244และ245

               



ออฟไลน์ เทวิน

  • ส.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 3
  • : +8/-0
มาตรา ๒๔๔  ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนในกรณี

(ก) การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

(ข) การปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ก็ตาม

(ค) การตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล

(ง) กรณีอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๐

(๓) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมตลอดถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น

(๔) รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่พร้อมข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ทุกปี ทั้งนี้ ให้ประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาและเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย

การใช้อำนาจหน้าที่ตาม (๑) (ก) (ข) และ (ค) ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการเมื่อมีการร้องเรียน เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อความเสียหายของประชาชนส่วนรวมหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจพิจารณาและสอบสวนโดยไม่มีการร้องเรียนได้

 

มาตรา ๒๔๕  ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้เมื่อเห็นว่ามีกรณีดังต่อไปนี้

(๑) บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

(๒) กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของบุคคลใดตามมาตรา ๒๔๔ (๑) (ก) มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองและให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

 


ออฟไลน์ partgearx

  • สัญญาบัตร 7000/54
  • ***
  • กระทู้: 49
  • : +98/-0
ตอนนี้มีรุ่นพี่หลายคน บอกว่า วงการนี้มันเป็นแบบนี้แหละ ถ้ามีโอกาสก็ให้ไปหางานอื่นทำเถอะ ดูอย่างพวกพี่สิ ทำมากี่ปีก็ได้เท่านี้

มันทำให้ผมได้กลับมาคิด  แม้ว่าผมจะได้รับหลายสิ่งหลายอย่างจากการมาเป็นตำรวจ  แต่หากเราอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิต ก็อย่ารอเลยครับ

หากมีทางไปที่ดีกว่าก็ขอให้ไปอย่าได้ลังเล  แต่ต้องมั่นใจว่าที่เราจะไปมันดีกว่าที่เราอยู่จริงๆ

แต่ว่าก็ว่า เหลืออีกประมาณ 2 ปีครึ่ง เวลาช่างผ่านไปเร็วเลือเกิน


ออฟไลน์ The Kop Thailand

  • ร.ต.อ.
  • ***
  • กระทู้: 111
  • : +391/-0
  • เพศ: ชาย
ผมออกความคิดเห็นว่าเราควรสอบถามความชอบธรรมเรื่องรับครูตชด.วุฒิมอ6น่ะครับ ถึงเงินเดือนจะไม่เท่าเราก็ตาม แต่ยศเท่ากันมันก็กลายเป็นว่าลดศักดิ์ศรีและดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว

ตำรวจมันประสบการณ์ล้วนๆๆๆ 
THE  KOP

ออฟไลน์ baletta 92fs

  • พ.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 165
  • : +598/-0
  • เพศ: ชาย
เฮ้อ เหนื่อย พัทยางานหนักมากๆ ที่อื่นเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงนี้พัทยาเข้า 32 ช.ม.พัก 8 ช.ม.แต่ใน 8 ช.ม.เรียกเมื่อไรต้องพร้อมเสมอ 4,. 4,. 4,. 1mjk 1mjk 1mjk

ออฟไลน์ baletta 92fs

  • พ.ต.ต.
  • *
  • กระทู้: 165
  • : +598/-0
  • เพศ: ชาย
หายไปไหนกันหมดเอ่ย หลับหมดยังเนี่ย 6,. 6,. 9,. หลองกานหน่อย ,..m ปีนี้ได้ 2 ขั้น 8,. 8,. 8,.

ออฟไลน์ OaSiS

  • ส.ต.อ.
  • *
  • กระทู้: 32
  • : +109/-10
ว้า เงียบจัง 1,, 1,,
เป็นกำลังใจให้รุ่นพี่ทุกคนที่ดำเนินการเรื่องความชอบธรรมนะครับ 6,. 6,.
ผมมาติดตามอยู่เรื่อยแม้ว่าศาลท่านจะยังไม่พิจารณาก็ตาม

ขอถามพี่ ชานุวัฒน์ แสงสุวรรณ (ขอนอกเรื่องชะหน่อยครับ)
พอดีผมไปเจอเรื่องที่พี่ "ร้องขอมีสิทธิ์ในการประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถนักเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ"
ตอนที่พี่เรียนที่ ศฝร ภ.6 ไม่ทราบว่าพี่ดำเนินการติดต่อยังงัยครับ เผื่อมีรุ่นน้องอยากจะขอบ้าง  9,. 9,.

ช่วยตอบหน่อยนะครับ

...รุ่นน้องภาค 2...

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
ว้า เงียบจัง 1,, 1,,
เป็นกำลังใจให้รุ่นพี่ทุกคนที่ดำเนินการเรื่องความชอบธรรมนะครับ 6,. 6,.
ผมมาติดตามอยู่เรื่อยแม้ว่าศาลท่านจะยังไม่พิจารณาก็ตาม

ขอถามพี่ ชานุวัฒน์ แสงสุวรรณ (ขอนอกเรื่องชะหน่อยครับ)
พอดีผมไปเจอเรื่องที่พี่ "ร้องขอมีสิทธิ์ในการประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถนักเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ"
ตอนที่พี่เรียนที่ ศฝร ภ.6 ไม่ทราบว่าพี่ดำเนินการติดต่อยังงัยครับ เผื่อมีรุ่นน้องอยากจะขอบ้าง  9,. 9,.

ช่วยตอบหน่อยนะครับ

...รุ่นน้องภาค 2...

           ในเรื่องการร้องขอมีสิทธิ์ในการประดับเครื่องหมายแสดงความสามารถนักเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ (ร่มกิตติมศักดิ์ ทอ.) ความแจ้งแล้วนั้น  ในการดำเนินการดังกล่าวพี่ได้ติดต่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง  กล่าวคือ หน่วยบัญชาการทหารอากาศโยธิน (ดอนเมือง) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว  ดังนั้น  หากน้องมีความประสงค์จะดำเนินการดังกล่าวก็ให้ติดต่อประสานโดยตรงที่หน่วยบัญชาการฯ ข้างต้น  หรือหากมีความความสงสัยประการใด ติดต่อพี่ได้โดยตรง 
                                                  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 พฤษภาคม 2010 12:52:25 โดย Chanuwat Saengsuwan »

ออฟไลน์ tiger/poll.

  • จ.ส.ต.
  • *
  • กระทู้: 42
  • : +75/-0
ผมคิดว่า  หลักสูตรนายร้อยตำรวจ ของ รร.นายร้อยตำรวจ  ควรจะเปลี่่ยนหลักสูตรจากการรับ วุฒิ ม.6 มาเป็น ป.ตรีเลยจะดีกว่าไหม

คือ ถ้าผู้ใดประสงค์จะสมัครสอบเป็นนายร้อยตำรวจ ก็ ควรมีคุณวุฒิ ป.ตรี สมัครสอบ อย่างเช่นหน่วยงานราชการทั่วไปที่มีการเปิดสอบหลายระดับ ไม่ว่าจะ ระดับ 1,2,3 

และส่วนชั้นประทวนก็ให้คงรับ ม.6 ดังเดิม ก็คือ ระดับ 1 นั้นเอง ดีกว่าจะต้องไปเสีย งบประมาณต่อหลักสูตรเดิมที่ รร.นายร้อยยังถือปฎิบัติอยู่ในการศึกษาอบรม

เพราะผู้ที่จะสมัครนายร้อยได้ ต้องมี วุฒิ ป.ตรี ก่อน      ซึ่ง วุฒิ ป.ตรีที่ได้มา ก็ เป็น เงินทองทรัพย์ส่วนตัวผู้นั้นเองในการใช้ศึกษาเล่าเรียนในมหาลัย โดยมิใช่งบประมาณของ ตร.  ที่จะต้องใช่จ่ายต่อหลักสูตรเดิม   


ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
๓    พฤษภาคม    ๒๕๕๓

เรื่อง   ข้อร้องเรียนเพิ่มเติม  เลขที่เรื่องร้องเรียน ๑๓๓๙  ปี พ.ศ.๒๕๕๒
เรียน   ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ข้อ  ๑.  ข้าพเจ้า  สิบตำรวจโท  ชานุวัฒน์  แสงสุวรรณ อายุ ๒๗  ปี  เลขประจำตัวประชาชน ๓-๓๐๑๓-๐๐๕๙๓-๖๘-๙  รับราชการตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง   ตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่งานปกครองป้องกัน  ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่  ๖๔๒/๒๕๕๑  เรื่อง แต่งตั้งยศ และบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  สั่ง ณ  วันที่  ๒๕  กันยายน    พ.ศ.๒๕๕๑  ลงนามโดย  พลตำรวจเอกพัชรวาท   วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ตามประกาศกองบัญชาการศึกษา เรื่อง รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน พ.ศ.๒๕๕๑โดยได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการตำรวจด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี  นิติศาสตรบัณฑิต  จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑ ขั้น ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)
ทั้งนี้  ผู้ร้องเรียนเป็นผู้ถูกกระทบสิทธิ  เป็นผู้เสียหาย และได้รับความเสียหายโดยตรงจากการถูกเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือ ปฏิบัติ หรือ ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการออกคำสั่งทางปกครองกรณีบรรจุและแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑)  ให้ได้รับเงินเดือนระดับ  ป.๑  ขั้น ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)   ตามประกาศกองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เรื่อง รับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  พ.ศ.๒๕๕๑  เป็นคำสั่งทางปกครองที่เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  อันเป็นคำสั่งทางปกครองที่ขัดหรือแย้งไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐  มาตรา  ๓๐  ว่าด้วยความเสมอภาคของบุคคล  ทั้งการบรรจุและแต่งตั้งไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๗  และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ  พ.ศ.๒๕๔๗  ไม่ชอบด้วยคำสั่งกรมตำรวจที่  ๖๔๔/๒๕๓๒  เรื่องการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจ ลงวันที่  ๗  มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๓๒  ที่มีผลบังคับใช้ตามนัยมาตรา  ๑๒๗  แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗  โดยไม่บรรจุแต่งตั้งผู้ร้องเรียนกับพวกให้ถูกต้องตรงตามชั้นยศและระดับตำแหน่งตามคุณวุฒิเพื่อบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ 
การออกคำสั่งทางปกครองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติละเลยไม่นำบทกฎหมายที่สำคัญ  คือ  กฎหมายรัฐธรรมนูญ  และระเบียบข้าราชการพลเรือน               มาประกอบการพิจารณาการออกคำสั่งทางปกครองเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของรัฐ  เพราะตำรวจเป็นข้าราชการพลเรือนประเภทหนึ่ง  การใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลนั้น  องค์กรกลางในการบริหารงานบุคคล คือ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในรูปคณะกรรมการในฝ่ายบริหาร  มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามนโยบายการบริหารงานบุคคลของคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดที่มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  ซึ่งการที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำหนดหลักเกณฑ์หรือ วิธีปฏิบัติราชการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งย่อมผูกพันหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น  หากการกำหนดหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในเรื่องใด ๆ ให้แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติซึ่งเป็นสาระสำคัญที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเป็นนโยบายไว้  อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยมติคณะรัฐมนตรี  ย่อมเป็นหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม  การบรรจุแต่งตั้งบุคคลให้รับราชการในส่วนราชการต่าง ๆ จำต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐ (ก.พ.)กำหนดไว้โดยเคร่งครัด    ในกรณีมีการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติเป็นอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติดังกล่าวทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเสียหายแก่สิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลอื่น ย่อมมีผลทำให้การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายตามนัยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๐/๒๕๔๖,อ.๙๗/๒๕๔๗ , อ.๑๙๕/๒๕๔๙ และ อ.๕๘/๒๕๕๐ 
ดังนั้น การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติละเลยไม่นำบทกฎหมาย  และหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติตามนัยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ได้วางเป็นหลักเกณฑ์ บรรทัดฐาน เกี่ยวกับกรณีการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้ารับราชการดังกล่าว  มาประกอบการออกคำสั่งทางปกครองในกรณี การบริหารงานบุคคล โดยไม่บรรจุบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  ในระดับชั้นยศที่ตรงตามคุณวุฒิ คือ ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี (สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)  ไม่บรรจุให้เป็นไปตามระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง และประเภทตำแหน่งตามกฎหมาย  คือ ระดับตำแหน่ง รองสารวัตร (รอง สว.)  ไม่คำนึงถึงความเสมอภาคของบุคคลในการบรรจุเข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีในระดับมาตรฐานตามที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐกำหนดที่ทุกส่วนราชการต้องยึดถือปฏิบัติ    ให้สอดคล้องตรงกันและกำหนดให้ได้รับอัตราเงินเดือนในระดับต่ำกว่าคุณวุฒิตามที่ ก.พ.กำหนด  และตามพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่  ๓) พ.ศ.๒๕๕๐ (๗,๙๔๐.-บาท) และพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง  พ.ศ.๒๕๓๘  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่  ๓)  พ.ศ.๒๕๔๔  และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง (ฉบับที่  ๕)  พ.ศ.๒๕๕๑  และกฎ  ก.ตร.ว่าด้วยการได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ  ชั้นประทวน  และชั้นสัญญาบัตร  พ.ศ.๒๕๔๗  กำหนด  จึงเป็นการกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ทำให้ผู้ร้องเรียนกับพวกได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ไม่ได้รับความเป็นธรรม  เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติละเลยไม่นำหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติอันเป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของรัฐตามที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐ (ก.พ.) กำหนดไว้สำหรับการนั้น  โดยการออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่ถูกต้องขัดต่อกฎหมาย  อันมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม  อีกทั้ง  การออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวนี้มีผลกระทบต่อสถานภาพแห่งสิทธิ  หน้าที่ และความเสมอภาคของบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีโดยส่วนรวมในการได้รับการบรรจุแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชตามที่สิทธิที่จะพึงมีพึงได้ตามที่กฎหมายกำหนด 
 เพื่อให้การออกคำสั่งทางปกครองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้  ดำเนินไปให้ถูกต้องตามหลักกฎหมายด้วยความเป็นธรรม ความเสมอภาคตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  คำนึงถึงระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง  โดยบรรจุและแต่งตั้งผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่มีศักดิ์และสิทธิ์ในปริญญาเทียบเท่าทัดเทียมกันเพื่อเข้ารับราชการเริ่มต้นให้มีความสอดคล้องตรงตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐ (ก.พ.) กำหนด  และอัตราเงินเดือนที่ได้รับตรงตามคุณวุฒิตามที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งหากละเลยไม่รีบเร่งดำเนินการแก้ไข  ปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือหลักนิติรัฐ (The rule of law)  อันถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกหน่วยงานทางปกครองที่เป็นผู้ใช้อำนาจรัฐทั้งหลายพึงตระหนักว่า ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน หน่วยงานของรัฐที่ใช้อำนาจทางปกครองจะใช้อำนาจนอกเหนือหรือเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ของกฎหมายหรือใช้อำนาจโดยเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม หรือไม่สุจริต  บิดเบือนหลักการที่ถูกต้องชอบธรรม  ซึ่งหากยังขืนกระทำการในลักษณะดังกล่าวนี้อีกต่อไป  ความเดือดร้อนเสียหาย  ความไม่เป็นธรรมต่อบุคคล  ต่อประโยชน์สาธารณะและประเทศชาติโดยส่วนรวมยิ่งจะเพิ่มพูนทวีความรุนแรงเสียหายมากขึ้น  อันยากที่จะแก้ไขเยียวยา เพราะเหตุแห่งการไม่กระทำการให้ชอบด้วยกฎหมายบัญญัติ  เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม  จึงขอประทานกราบเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินที่เคารพได้โปรดพิจารณาดำเนินการมีคำสั่งบังคับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้ร้องเรียนกับพวกให้ถูกต้องชอบธรรม  เป็นธรรม ตามหลักกฎหมายต่อไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤษภาคม 2010 10:46:27 โดย Chanuwat Saengsuwan »

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
ข้อ  ๒  กล่าวคือ  ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้มีการประกาศรับสมัครบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อสอบแข่งขันเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี  โดยมอบหมายให้  กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)  ตำรวจภูธรภาค ๑-๘ (ภ.๑-๘) และ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)  ดำเนินการรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม  และกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน   ตำแหน่งและอัตราที่เปิดรับสมัคร  ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้แก่
ครั้งแรก ประกาศรับสมัคร ฉบับลงวันที่  ๒๓ มกราคม  พ.ศ.๒๕๕๑  โดยรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี หรือ สิบตำรวจตรีหญิง ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบเท่าผู้บังคับหมู่ในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม รับเฉพาะบุคคลเพศชาย และกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน  รับสมัครทั้งบุคคลเพศชายและเพศหญิง  บรรจุและแต่งตั้งในหน่วยงานต่าง ๆ สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับอัตราเงินเดือนระดับ  ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)  จำนวน  ๒,๐๐๐  อัตราโดยมีผู้สอบผ่านข้อเขียนและได้รับการบรรจุแต่งตั้งในกลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม จำนวน  ๑,๓๗๗ ราย  จากอัตราที่เปิดรับ จำนวน  ๑,๕๐๐  อัตรา  บรรจุแต่งตั้งในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล  กองบัญชาการตำรวจสันติบาล  ตำรวจภูธรภาค  ๑  ตำรวจภูธรภาค  ๒  และตำรวจภูธรภาค  ๗  และมีผู้สอบผ่านข้อเขียนและได้รับการบรรจุแต่งตั้งในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน  จำนวน  ๔๙๗ ราย จากอัตราที่เปิดรับ  จำนวน ๕๐๐  อัตรา  โดยบรรจุและแต่งตั้งในหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   
ครั้งที่สอง  ประกาศรับสมัคร  ฉบับลงวันที่  ๒๓  มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๕๒  ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี  หรือ สิบตำรวจตรีหญิง ดำรงตำแหน่ง  ผู้บังคับหมู่  หรือเทียบผู้บังคับหมู่  กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม  รับเฉพาะบุคคลเพศชาย  บรรจุและแต่งตั้งตามหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยแบ่งบรรจุและแต่งตั้งในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  กองบัญชาการตำรวจสันติบาล  กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง   และตามกองบัญชาการตำรวจภูธรภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ  จำนวน  ๓,๒๐๐  อัตรา  ในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน  รับสมัครทั้งบุคคลเพศชายและเพศหญิง  บรรจุและแต่งตั้งในหน่วยงาน   ต่าง ๆ ตามที่กำหนดในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  จำนวน  ๘๐๐  อัตรา      รับอัตราเงินเดือนระดับ  ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)  มีผู้สอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้งในหน่วยงานต่าง ๆ     สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม  จำนวน  ๑,๗๗๔ ราย   จากอัตราที่เปิดรับ  จำนวน ๓,๒๐๐  อัตรา  และในกลุ่มสายงานอำนวยการและสนับสนุน  สอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้ง  จำนวน  ๘๐๐  ราย  จากอัตราที่เปิดรับ  จำนวน  ๘๐๐  อัตรา  รวมทั้งสองกลุ่มมีผู้สอบผ่านและได้รับการบรรจุแต่งตั้ง  จำนวน  ๒,๕๗๔  ราย จากอัตราที่เปิดรับครั้งนี้ จำนวน ๔,๐๐๐ อัตรา 
และครั้งที่สาม ประกาศรับสมัคร  ฉบับลงวันที่  ๒๓  มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๕๒  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้มอบหมายให้กองบัญชาการศึกษาและกองบัญชาการตำรวจนครบาล  ดำเนินการรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเพศหญิงผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรีหญิง  ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่  กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม  ทำหน้าที่ในภารกิจควบคุมฝูงชนในกองร้อยควบคุมฝูงชน  กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ  กองบัญชาการตำรวจนครบาล  จำนวน  ๑๒๓  อัตรา  และทำหน้าที่อารักขารักษาความปลอดภัย  กองบัญชาการตำรวจสันติบาล  จำนวน  ๒๗  อัตรา  รวมจำนวน  ๑๕๐  อัตรา  ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  รับอัตราเงินเดือนระดับ  ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท) การเปิดสอบครั้งนี้อาจถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวที่สุดในการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ว่าได้  เพราะมีผู้สมัครสอบแข่งขันทั้งหมด จำนวน ๗๗  ราย  อัตราที่เปิดรับ จำนวน  ๑๕๐ อัตรา  เข้าสอบ จำนวน ๔๗  ราย  ผ่านการสอบข้อเขียนและเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง จำนวน  ๑๔  ราย และประกาศผลสอบรอบสุดท้าย สอบผ่าน จำนวน  ๒  ราย โดยบรรจุและแต่งตั้งในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล  (ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชนและอารักขารักษาความปลอดภัย) 
รวมอัตราที่เปิดรับ ตามประกาศรับสมัครและสอบแข่งขันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ทั้ง สาม ครั้ง  จำนวน  ๖,๑๕๐ อัตรา  สอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานและได้รับการบรรจุแต่งตั้งจำนวนประมาณ ๔,๔๔๘  ราย  และได้ลาออกเพื่อไปประกอบอาชีพอื่น ๆ ประมาณ ๕๐๐ กว่าราย
คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง  ตามประกาศกองบัญชาการศึกษา ตำรวจภูธรภาค ๑-๘ และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้  ครั้งแรกและครั้งที่สอง  กลุ่มสายงานป้องกันปราบปราม  ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง  คือ  ต้องสำเร็จการศึกษาได้รับวุฒิปริญญาตรีทางกฎหมาย  การปกครอง  หรือรัฐประศาสนศาสตร์  โดยต้องศึกษาสำเร็จ  วิชากฎหมายไทยอย่างน้อย  ๓  วิชา  คือ  ประมวลกฎหมายอาญาครบทุกลักษณะ  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาครบทุกลักษณะ  และกฎหมายลักษณะพยาน  กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน  ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้ สำเร็จการศึกษาได้รับวุฒิปริญญาตรีทางสังคมศาสตร์ ตามผนวก  ค. ท้ายประกาศกองบัญชาการศึกษา  โดยคุณวุฒิการศึกษาที่ใช้         ในการสมัครสอบแข่งขันดังกล่าว  ต้องเป็นคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ตร. หรือ สำนักงาน ก.พ. ได้รับรองไว้แล้ว และครั้งที่สาม  คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตามประกาศกองบัญชาการศึกษา  ต้องเป็นบุคคลภายนอกเพศหญิง  มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง  โดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาตรีทางกฎหมาย  การปกครอง หรือรัฐประศาสนศาสตร์  โดยในกรณีที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางกฎหมายจากต่างประเทศหรือกรณีสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีทางปกครองหรือรัฐประศาสนศาสตร์  ต้องสำเร็จวิชากฎหมายไทยอย่างน้อย  ๓  วิชา  คือ  ประมวลกฎหมายอาญาครบทุกลักษณะ  ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาครบทุกลักษณะ  และกฎหมายลักษณะพยาน     
การอนุมัติหรือการให้อำนาจกระทำการตามระเบียบที่กำหนดในการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กรณีกำหนด  การรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี โดยกำหนดให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕ (๗,๘๙๐.-บาท)  มีที่มาจากมติที่ประชุมครั้งที่  ๑๐/๒๕๕๐  เมื่อวันที่  ๓  ตุลาคม  ๒๕๕๐  ของคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.) บริหารงานบุคคล  ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)  โดยที่ประชุมมีมติกำหนดให้เพิ่มเติมคุณวุฒิปริญญาตรีในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่)  หรือเทียบผู้บังคับหมู่ (ผบ.หมู่)  และกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี  และการบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี  คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  (ก.ต.ช.)  ได้กำหนดไว้เป็นนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำไปปฏิบัติตามมติ ก.ต.ช.ครั้งที่  ๑/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๑  และครั้งที่  ๒/๒๕๕๑  ลงวันที่  ๒๘  มีนาคม  ๒๕๕๑ 

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
ข้อ  ๓     การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง                    ตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของรัฐ  มีเป้าหมายเพื่อการได้มาซึ่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ  เหมาะสม  และเพื่อให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อองค์กรและลักษณะของงาน การบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของรัฐได้มีการกำหนดระดับตำแหน่งในแต่ละประเภทตำแหน่ง  โดยให้บรรจุและแต่งตั้งบุคคลตามคุณวุฒิทางการศึกษาในระดับต่าง ๆ   อันมีระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งเป็นหลักเกณฑ์หรือมาตรฐานกลางโดยบัญญัติเป็นกฎหมาย สำหรับใช้เป็นบรรทัดฐานเทียบเคียงหรืออ้างอิง  การกำหนดระดับมาตรฐานตำแหน่ง  คุณวุฒิและอัตราเงินเดือน  ในแต่ละส่วนราชการ  กระทรวง  ทบวง กรม ต่าง ๆ ซึ่งต้องกำหนดให้มีความสอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกันในการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ  โดยไม่เลือกปฏิบัติ  คำนึงถึงระบบคุณธรรมในการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามความรู้ความสามารถของบุคคล  ความเสมอภาค และความเป็นธรรม 
ซึ่งการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการออกคำสั่งทางปกครอง โดยบรรจุและแต่งตั้งผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนทั้งสามครั้ง  มีการกำหนดเงื่อนไข  คุณสมบัติ  การบรรจุแต่งตั้ง   และหลักเกณฑ์  วิธีปฏิบัติต่าง ๆ โดยไม่คำนึงหรือเทียบเคียงหรืออ้างอิงให้มีความสอดคล้องตามที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐกำหนด (ก.พ.) จึงเป็นการขัดหรือแย้งและไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง  ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  เพื่อได้โปรดพิจารณา  ดังนี้
กล่าวคือ    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  อาศัยอำนาจตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งได้กำหนดเป็นนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  และอาศัยอำนาจตามมติคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ บริหารงานบุคคล (อ.ก.ตร.บริหารงานบุคคล)  กำหนดเพิ่มคุณวุฒิปริญญาตรีในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ผบ.หมู่ หรือเทียบ ผบ.หมู่  และกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๗  กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ     ก.ต.ช. ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารราชการตำรวจ  เพื่อเป็นแนวทางการบริหารราชการและการดำเนินงานของข้าราชการตำรวจให้เป็นไปตามนโยบายนั้น  และกำหนดให้การบริหารงานบุคคล  เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ร้องเรียนเห็นว่า  การกำหนดนโยบายดังกล่าว เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้   แต่การกำหนดนโยบายเพื่อการบริหารราชการกรณีการบริหารงานบุคคลของรัฐนั้น  ทุกส่วนราชการ กระทรวง  ทบวง  กรม  ต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงระดับมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามคุณวุฒิและอัตราเงินเดือนที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐได้กำหนดเป็นแนวทางบรรทัดฐานให้ทุกส่วนราชการใช้เทียบเคียงให้มีความสอดคล้องเป็นธรรม  เพื่อความเสมอภาค  มีระดับมาตรฐานเดียวกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ   ทั้งต้องคำนึงถึง ผลดี ผลเสีย เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ          มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ  ความประหยัด  การบริหารงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ  ความเสมอภาคของบุคคลตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  และนโยบายดังกล่าวนั้นสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ 
การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง  ทุกส่วนราชการกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงระบบคุณธรรม การกำหนดระดับมาตรฐานตำแหน่งตามคุณวุฒิ  และคำนึงถึงระดับอัตราเงินเดือนที่ ก.พ. กำหนด  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้รับผู้มีวุฒิปริญญาตรี บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑) นั้น  เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม  ไม่คำนึงถึงระดับความรู้ความสามารถ วิทยฐานะ ความเสมอภาคของบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีในการบรรจุเข้ารับราชการให้เหมือนกับหน่วยงานราชการอื่น ๆ ซึ่งทุกหน่วยงานราชการต้องกำหนดให้สอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันและได้กำหนดให้รับบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีให้ดำรงตำแหน่งในระดับปฏิบัติการ (เทียบระดับ ๓)  และคำนึงถึงอัตราเงินเดือนขั้นต่ำขั้น สูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามที่ ก.พ.กำหนด  ทั้งยังเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ ว่าด้วยความเสมอภาคของบุคคล 
การเปิดรับสมัครและสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน  สำนักงานตำรวจแห่งชาติอ้างว่ามีอำนาจที่จะกระทำได้  เพราะมิได้บังคับให้มาสมัคร อีกทั้งยังได้กำหนดไว้ในประกาศรับสมัครสอบอย่างชัดเจนว่า ?...รับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี  ให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)...? ไม่ได้กำหนดว่าเป็นการรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรีให้ได้รับเงินเดือน ระดับ ส.๑  ขั้น  ๖  (๗,๙๔๐.-บาท)   เช่นนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอำนาจหรือใช้ดุลยพินิจในการออกคำสั่งทางปกครองอันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ในการกำหนดเงื่อนไข  วิธีการ หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ  โดยอาศัยอำนาจรัฐออกคำสั่งทางปกครองในลักษณะที่ปิดปากขัดต่อหลักความเสมอภาคตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและขัดต่อระดับมาตรฐานตามที่องค์กรกลางบริหารบุคคลของรัฐ (ก.พ.) กำหนด  ซึ่งในขณะที่ประเทศชาติประสบวิกฤตปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ  มีคนตกงานเป็นจำนวนมาก  เมื่อมีการเปิดรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่บุคคลที่รักความเจริญก้าวหน้า มีความรู้ความสามารถ  และมีความต้องการเข้าสู่อาชีพราชการที่มีความมั่นคงในชีวิตการงาน  ย่อมต้องถือโอกาสนี้เข้ามาสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับโอกาสดังกล่าว  แม้ข้อกำหนด กฎเกณฑ์ วิธีปฏิบัติหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ตามประกาศรับสมัครนั้นจะขัดแย้งต่อสามัญสำนึกของบุคคลหรือมาตรฐานตามหลักนิติรัฐในการสมัครเข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีต้องเป็นสิบตำรวจตรี  ซึ่งเป็นข้าราชการในระดับที่ต่ำสุด (เทียบระดับ  ๑) จากโดยปกติที่ทุกส่วนราชการ  กระทรวง  ทบวง  กรม  ต่าง ๆ   จะกำหนดบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีให้ทัดเทียมกันตามหลักความเสมอภาค โดยบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการให้อยู่ในระดับปฏิบัติการหรือเทียบระดับ  ๓ หรือเทียบเท่ากับข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ยศร้อยตำรวจตรี (สบ.๑)  ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีปฏิบัติหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ดังกล่าวในขณะที่สภาพสังคมกำลังเปลี่ยนแปลง  ทำให้หน่วยงานทางปกครองของรัฐผู้ซึ่งมีอำนาจเหนือกว่า ถือโอกาสเอาเปรียบอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมีอำนาจต่อรองทางสังคมที่ด้อยกว่า หรือกระทั่งไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ เลย  อันเป็นลักษณะข้อสัญญาทางปกครองที่ไม่เป็นธรรม  เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ไม่ได้คำนึงถึงหลักความเสมอภาคของบุคคลตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ   ไม่คำนึงถึงระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งตามคุณวุฒิปริญญาตรีตามมาตรฐานที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐกำหนด  จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อีกทั้ง  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงกรณีการเปิดรับบุคคลภายนอก                    ผู้มีวุฒิปริญญาตรี   ในทางปฏิบัติมิได้เป็นไปตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด  เพราะข้าราชการตำรวจที่มีวุฒิปริญญาตรีตามที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ครั้งแรก (พ.ศ.๒๕๕๑) ที่ได้บรรจุแต่งตั้งและให้ปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดต่าง ๆ แล้วนั้น  สำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้คำนึงถึงระดับความรู้ความสามารถตามคุณวุฒิ วิทยฐานะของบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรี หากแต่นำบุคลากรเหล่านี้ไปใช้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงหรือสอดคล้องตามความรู้ความสามารถตามที่สำเร็จการศึกษามา  บางคนให้ทำหน้าที่ยืนยามอยู่ตามป้อมยามต่าง ๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หรือยืนยามบริเวณรอบ ๆ ทำเนียบรัฐบาล  บางคนให้ไปทำหน้าที่พลขับให้ผู้บังคับบัญชา  หรือเป็นสายตรวจ  เป็นจราจร  มิได้ไปปฏิบัติงานที่ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนตามนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) กำหนดแต่อย่างใด  ทั้งการเปิดรับสมัครครั้งที่สอง (พ.ศ.๒๕๕๒)  ในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร)  บรรจุและแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีทางนิติศาสตร์  การปกครอง  หรือรัฐประศาสนศาสตร์  กำหนดให้ดำรงตำแหน่งควบคุมฝูงชน (ปราบจลาจล) และอารักขารักษาความปลอดภัย  ตำรวจตระเวนชายแดน  จึงเกิดเป็นข้อพิจารณาว่า  การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวนี้เป็นการพัฒนาศักยภาพและยกระดับของตำรวจในการให้บริการประชาชนที่เสียภาษีให้กับรัฐส่วนใด  และเห็นได้ว่าการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้คำนึงหรือตระหนักถึงความรู้ความสามารถ วิทยฐานะของบุคคลที่ได้ผ่านการศึกษาอบรมจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ อย่างแท้จริง   
 กฎหมายนั้น  ต้องเป็นไปเพื่อการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  ไม่กระทบกระเทือน                ถึงสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพแห่งบุคคล  และต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป  ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง  การกระทำทางปกครองหรือการออกคำสั่งทางปกครองหรือการกำหนดโยบายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเป็นไปภายใต้หลักการสำคัญ  ๒  ประการ  กล่าวคือ ๑.ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  และ ๒.  ต้องเป็นไปตามหลักความเสมอภาค
ที่ว่าต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดนั้น  เป็นหลักทั่วไปในกฎหมายมหาชนที่ถือว่ารัฐหรือหน่วยงานของรัฐ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ต้องดำเนินการให้ไปตามกฎหมาย  ซึ่งกำหนดขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่ของรัฐ  ไม่ให้ใช้อำนาจบังคับเอาตามอำเภอใจ  หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามหลักกฎหมาย  ไม่มีอำนาจดำเนินการใด ๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายได้กำหนดไว้   การกระทำใด ๆ ของฝ่ายปกครองหรือหน่วยงานของรัฐต้องมีกฎหมายรองรับ       การล่วงล้ำสิทธิเสรีภาพของบุคคลจะต้องอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น  ดังนั้น   การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออก กฎ หรือระเบียบ ใด ๆ ต้องมีกฎหมายให้อำนาจรองรับการกระทำทางปกครองเท่านั้น
และที่ว่าต้องเป็นไปตามหลักความเสมอภาค  หน่วยงานของรัฐ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) นอกจากต้องเคารพกฎหมายแล้ว  ยังต้องปฏิบัติต่อบุคคลพลเมืองอย่างเสมอภาคกันด้วย  เพื่อให้มีหลักประกันความเสมอภาคนี้  กฎหมายจึงวางเงื่อนไขให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติในกรณีที่จะล่วงล้ำเสรีภาพของบุคคลไว้ล่วงหน้าในสาระสำคัญ  ๓  ประการ กล่าวคือ  ประการแรก  เมื่อมีกฎหมายให้อำนาจฝ่ายปกครองที่จะให้ออกกฎ  ข้อบังคับ  วางระเบียบไว้เป็นการทั่วไป ฝ่ายปกครองจะงดเว้นไม่ออกข้อบังคับเช่นนั้น  และหรือสงวนอำนาจเพื่อจะออกคำสั่งเฉพาะกรณีเป็นราย ๆ ไปไม่ได้  ประการที่สอง  กฎหรือข้อบังคับที่ออกภายใต้กฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งย่อมมีผลผูกพันฝ่ายปกครอง ให้ต้องปฏิบัติตาม  แม้ข้อบังคับนั้นฝ่ายปกครองจะเป็นผู้ออกเองก็ตาม  เว้นไว้แต่กฎหมายนั้นจะให้อำนาจแก่ฝ่ายปกครองที่จะยกเว้นหรือผ่อนได้  และประการสุดท้าย  ในกรณีที่กฎหมายให้อำนาจแก่ฝ่ายปกครองที่จะใช้ดุลพินิจได้  ถ้าข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์อย่างเดียวกันในกรณีเดียวกันฝ่ายปกครองจะวินิจฉัยสั่งการบุคคลหนึ่งให้แตกต่างจากอีกบุคคลหนึ่งไม่ได้  การใช้ดุลพินิจนั้นต้องยึดถือประโยชน์ของประชาชนและเจตนารมณ์ของกฎหมายเป็นที่ตั้งเสมอ  ตลอดจนต้องคำนึงถึงหลักความเสมอภาคอีกด้วย
ดังที่ได้กล่าวอ้างไว้แล้วนี้  ผู้ร้องเรียนมีความเห็นโดยสุจริตว่า  แม้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะอ้างว่ามีอำนาจในการกำหนดกฎเกณฑ์การบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของตนเองได้ตามกฎหมายเพื่อพัฒนาองค์กรในภาพรวม ยกระดับฐานะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ด้วยความเคารพต่ออำนาจรับรองการออกคำสั่งทางปกครองของสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าว          ผู้ร้องเรียนเห็นว่าอำนาจหรือการบังคับใช้กฎหมายนั้น ต้องเป็นไปอย่างเสมอภาคกันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  การออกคำสั่งทางปกครองหรือข้อกำหนด  ระเบียบ วิธีปฏิบัติ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวอ้างจึงเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ไม่เสมอภาค  ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ  , ระเบียบข้าราชการพลเรือน,พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๗   และกฎ ก.ตร.ที่เกี่ยวข้องฯ 
ประกาศรับสมัครบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี  ให้ได้รับเงินเดือนระดับ  ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)  จากมติที่ประชุมครั้งที่  ๑๐/๒๕๕๐  เมื่อวันที่  ๓  ตุลาคม  ๒๕๕๐  ของคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (อ.ก.ตร.)  บริหารงานบุคคล ผู้ร้องเรียนเห็นว่า  ก.ตร.มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย  เมื่อคณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ บริหารงานบุคคล (อ.ก.ตร.บริหารงานบุคคล)  ได้มีมติกำหนดเพิ่มเติมคุณวุฒิปริญญาตรีในตำแหน่ง ผบ.หมู่ หรือเทียบ ผบ.หมู่ ซึ่งเดิม  คุณวุฒิในตำแหน่ง  ผบ.หมู่ หรือเทียบ  ผบ.หมู่ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้เฉพาะคุณวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า  เมื่อการกำหนดเพิ่มเติมคุณวุฒิปริญญาตรีในตำแหน่ง ผบ.หมู่  ดังกล่าว  เป็นการใช้อำนาจโดยที่ไม่คำนึงถึงหรือไม่มีความสอดคล้องกับระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งขององค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐ (ก.พ.)  เช่นนี้  การมีมติกำหนดเพิ่มเติมคุณวุฒิของ อ.ก.ตร.  บริหารงานบุคคล อันเป็นมติที่มีการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติเป็นอย่างอื่นแตกต่างไปจากหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลกำหนด  อีกทั้ง   ไม่เป็นไปตามแนวทางคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่มีกำหนดแนวทางไว้ในกรณีการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้ารับราชการ   จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในอันที่จะบังคับใช้กับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน  หรือเทียบระดับ ๑)ได้ 
ในการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนนั้น  ปัจจุบันมีประกาศบัญชีกำหนดชั้นยศและอัตราเงินเดือนที่ ก.ตร. รับรองและมีผลบังคับตามกฎหมาย  โดยกำหนดให้บรรจุผู้มีวุฒิปริญญาตรีเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ยศร้อยตำรวจตรี (สบ.๑)  ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ส.๑ ขั้น  ๖  (๗,๙๔๐.-บาท) ตามนัยมาตรา  ๖๗  และมาตรา  ๖๘  แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๗ และกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคล เพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ.๒๕๔๗  และคำสั่งกรมตำรวจที่  ๖๔๔/๒๕๓๒  เรื่องแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจ ลงวันที่ ๗ มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๓๒ (บรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรี        เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี) ประกอบพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่๓) พ.ศ.๒๕๕๐ พระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๓๘  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๔  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๕๑ (ระดับปฏิบัติการหรือเทียบระดับ ๓ ให้ได้รับเงินเดือน ๗,๙๔๐.-บาท) และกฎ  ก.ตร.ว่าด้วยการได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ ชั้นประทวน และชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๔๗ เช่นเดียวกับผู้จบปริญญารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (ตร.) จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ  ซึ่งตรงกับระดับตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  กำหนด  ตาม กฎ ก.พ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๕๑  ประกอบพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ ๓)  พ.ศ.๒๕๕๐

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
การจัดประเภทตำแหน่ง  และระดับตำแหน่ง  อัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิที่องค์กรกลางบริหารบุคคล หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำหนดนั้น  ถือเป็นหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งอันเป็นมาตรฐานกลางที่ทุกส่วนราชการ  กระทรวง  ทบวง  กรม ต่าง ๆ สำหรับใช้เป็นบรรทัดฐานเทียบเคียงการกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการเพื่อการบรรจุแต่งตั้งบุคคลรับราชการ  ยกเว้นข้าราชการตุลาการและอัยการ  ซึ่งกองทัพบก  กองทัพเรือ  และกองทัพอากาศ  (ยศร้อยตรี เรือตรี และเรืออากาศตรี) รวมถึงส่วนราชการ กระทรวง  ทบวง  กรม ต่าง ๆ เช่น ประกาศกรมการปกครองครอง  เรื่องรับสมัครสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่ง  เจ้าพนักงานปกครอง ๓ (ปลัดอำเภอ) พ.ศ.๒๕๕๑โดยกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ได้รับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ทางรัฐศาสตร์   รัฐประศาสนศาสตร์ หรือกฎหมาย ให้ได้รับอัตราเงินเดือน  ๗,๙๔๐.-บาท หรือตามที่ ก.พ.กำหนด  ซึ่งการกำหนดคุณสมบัติของผู้สอบแข่งขันตามประกาศกรมการปกครองดังกล่าวมีระดับมาตรฐานเดียวกันหรือสอดคล้องตรงกันตามที่องค์กรกลางบริหารบุคคลกำหนด  ซึ่งหากเทียบกับการบรรจุแต่งตั้งผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจ  คือเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี (สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓) อีกทั้งผู้ร้องเรียนเห็นว่า คุณสมบัติต่าง ๆ ตามประกาศกรมการปกครองกำหนด  ไม่ได้มีการกำหนดคุณสมบัติที่แตกต่างไปจากการรับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน   ยศสิบตำรวจตรี (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับ ๑) ทั้งไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการกำหนดคุณสมบัติของบุคคลภายนอกและข้าราชการตำรวจเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เคยดำเนินการปฏิบัติ หรือกำลังดำเนินการปฏิบัติแต่อย่างใด การออกคำสั่งทางปกครองในการกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติ วิธีการ เงื่อนไข การบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี  ให้ได้รับเงินเดือน ๗,๘๙๐.-บาท  จึงเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมที่เห็นได้อย่างชัดเจน
การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดระดับตำแหน่งขึ้นมาโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย  และไม่คำนึงถึงหรือเทียบเคียงระดับตำแหน่งที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐกำหนด  ความเสมอภาคตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และละเลยไม่ปฏิบัติตามแนวทางคำสั่งศาลปกครองกำหนด  ทั้งยังไม่ได้มีการแก้ไขบทบัญญัติของ กฎ ก.ตร.     ว่าด้วยการกำหนดชื่อตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่ออย่างอื่นและการเทียบตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่ออย่างอื่นกับตำแหน่งข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่  ๒) พ.ศ.๒๕๕๐ และคำสั่งกรมตำรวจที่ ๖๔๔/๒๕๓๒  เรื่อง  การแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจ  ลงวันที่  ๗  มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๒  ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ตามนัยมาตรา ๑๒๗  แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งกรณีการแต่งตั้งยศ โดยบรรจุแต่งตั้งด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีนี้  มีข้อสังเกตว่า  คำสั่งกรมตำรวจที่  ๖๔๔/๒๕๓๒ ลงวันที่  ๗  มิถุนายน  ๒๕๓๒    เรื่องการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจ  ที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนี้  มิได้กำหนดหรือระบุถึงการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศให้แก่ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศ             สิบตำรวจตรีไว้แต่ประการใด  การอุดช่องว่างของบทบัญญัติกฎหมายข้อนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำความตามนัยข้อ  ๖.๒.๗ ของคำสั่งดังกล่าวที่กำหนดว่า...โดยปกติข้าราชการตำรวจชั้นประทวนซึ่งได้รับการพิจารณาเลื่อนยศ  ต้องมีจำนวนปีที่รับราชการตามข้อ  ๖.๑  ยกเว้น  กรณีดังต่อไปนี้  ?...ผู้ได้รับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าอนุปริญญาจากสถาบันการศึกษาในประเทศที่  ก.ตร.รับรอง  ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษารวมแล้วเทียบได้ไม่น้อยกว่าสามปีต่อจากมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือเทียบเท่า  ให้รับราชการให้รับราชการชั้นยศสิบตำรวจตรี  ๑  ปี  สิบตำรวจโท  ๑  ปี  สิบตำรวจเอก  ๒  ปี...?  พิเคราะห์ได้ว่าการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการรับสมัครหรือเคยปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานมาโดยตลอด  โดยจะรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ  จะรับสมัครจากบุคคลที่สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย  หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าตามที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ  (ก.ตร.)  หรือ  คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรอง  ผู้สอบได้จะได้รับการบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ  โดยได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ  ชั้นพลตำรวจ  รับอัตราเงินเดือน ระดับ   พ.๑ ขั้น  ๑  (๑,๒๔๐.-บาท)  ดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับหมู่ประจำศูนย์ฝึกอบรมต่าง ๆ จนครบกำหนดตามจำนวนที่ประกาศรับสมัคร และจะต้องเข้ารับการฝึกอบรม  ตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด  โดยมีระยะเวลา  การฝึกอบรม  ๑  ปี  เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมแล้วจะได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี  รับอัตราเงินเดือน  ระดับ  ป.๑  ขั้น  ๘  (๖,๒๒๐.-บาท)  ดำรงตำแหน่ง  ผู้บังคับหมู่  สังกัดหน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
  จากข้อเท็จจริงประกอบหลักกฎหมาย  ผู้ร้องเรียนเห็นว่า  การดำเนินการรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีคุณวุฒิไม่สูงกว่าปริญญา  เข้ารับราชการตำรวจเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานตลอดมา  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กระทำโดยถูกต้องตรงตามชั้นและยศของข้าราชการตำรวจ ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังที่ได้กล่าวอ้างไว้แล้วนั้น  และมีความสอดคล้องตามมาตรฐานในการกำหนดระดับตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐ(ก.พ.)กำหนด  โดยเป็นการคำนึงถึงความรู้ความสามารถ  ความเสมอภาค ความเป็นธรรม  และประโยชน์ของทางราชการ  เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลผู้มีคุณวุฒิไม่สูงกว่าปริญญาเข้าสู่อาชีพการรับราชการตำรวจ        ไม่เลือกปฏิบัติ  เป็นการเคารพหลักสิทธิ ความเสมอภาคในการเข้าสู่อาชีพรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจของบุคคลโดยเท่าเทียมกัน  อีกทั้งการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจ  ของคำสั่งกรมตำรวจที่  ๖๔๔/๒๕๓๒  ตามนัยข้อ ๖.(๖.๑-๖.๒.๙.) ได้มีการกำหนดระบุกรณีการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจให้แก่ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนตามคุณสมบัติ  และคุณวุฒิต่าง ๆ โดยไม่ได้กำหนดหรือระบุถึงการบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีแต่อย่างใด  ตามคำสั่งกรมตำรวจที่  ๖๔๔/๒๕๓๒  กำหนดไว้อย่างชัดเจนตามข้อ  ๗. (๗.๒.๓)...การแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศให้แก่ผู้ซึ่งได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพจากสถาบันการศึกษาในประเทศที่  ก.ตร.รับรองให้เป็นไปดังนี้  ข้อ  ๗.๒.๓.๑. ?...ผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี  ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปี  ให้รับราชการในชั้นยศร้อยตำรวจตรี  ๒  ปี  ร้อยตำรวจโท  ๓  ปี...?  จากบทบัญญัติตามนัยข้อกฎหมายดังกล่าว  ประกอบกับการอภิปรายของที่ประชุม อ.ก.ตร.บริหารงานบุคคล ครั้งที่  ๑๐/๒๕๕๐  เมื่อวันที่  ๓  ตุลาคม  ๒๕๕๐  เรื่องการเพิ่มเติมคุณวุฒิปริญญาตรีในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ผบ.หมู่ หรือเทียบ ผบ.หมู่ และเรื่องการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า  ๔  ปี  ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  มีความขัดแย้งกับบทบัญญัติของกฎหมายที่มีอยู่เดิมและยังมีผลใช้บังคับอยู่  กล่าวคือ  ขัดต่อคำสั่งกรมตำรวจที่  ๖๔๔/๒๕๓๒ ฯลฯ เกี่ยวกับกรณีการแต่งตั้งชั้นยศตามคุณวุฒิ  ซึ่งกฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีซึ่งมีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่าสี่ปีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี หากแต่กำหนดไว้ให้บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรีเท่านั้น 
อีกทั้งยังขัดกับ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคล  เพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ  พ.ศ.๒๕๔๗   ข้อ ๓ วรรคหนึ่ง (๓) ที่บัญญัติว่า ?....การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ชั้นประทวน  และชั้นพลตำรวจ  ให้ใช้วิธีการดังต่อไปนี้  ...การบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร  อนุปริญญา  หรือปริญญา    เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  หรือชั้นสัญญาบัตร  รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ ให้ดำเนินการด้วยวิธีการสอบแข่งขัน...?  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวในการรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ซึ่งได้อาศัยอำนาจตามนัยแห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมารองรับการใช้อำนาจในการกระทำทางปกครองหรือออกคำสั่งทางปกครองเกี่ยวกับการบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  โดยอ้างหลักกฎหมายดังกล่าวว่าสามารถบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน   ยศสิบตำรวจตรีได้นั้น  พิเคราะห์แล้วเห็นว่า    เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย     เป็นการตีความที่ไม่ถูกต้อง  บิดเบือนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ กฎ ก.ตร. ข้อ ๓ วรรคหนึ่ง (๓) ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังบังคับใช้กฎหมายโดยการตีความขัดหรือแย้งต่อกฎหมายที่ให้อำนาจรับรองการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง  เพื่อสร้างความชอบธรรมในการที่จะรับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี  จึงเป็นการไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติในการตีความตามหลักกฎหมายมหาชน
  ผู้ร้องเรียน  ขอยกตัวอย่างการตีความ กฎ ก.ตร. ข้อ ๓  วรรคหนึ่ง (๓)  ซึ่งได้มีนักกฎหมายหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนในบทความทางหน้าหนังสือพิมพ์  อาทิเช่น   พล.ต.อ.สุพาสน์  จีรพันธุ์  อดีตคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ,  พล.ต.อ.วสิษฐ์  เดชกุญชร  อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ,  พล.ต.ต.สมยศ  โกเมนธรรมโสภณ   อดีตผู้บังคับการกองบังคับการวิชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ  หรือ    รองศาสตราจารย์อัษฎางค์  ปาณิกบุตร  คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  ต่างตีความ กฎ ก.ตร. ข้อนี้ตรงกันว่า ?...การบรรจุบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรี  ต้องบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ยศร้อยตำรวจตรี เท่านั้น...? เห็นได้ว่าการตีความ กฎ ก.ตร. ข้อนี้ของนักกฎหมายตามที่ได้ยกตัวอย่าง  จึงเป็นการถูกต้องตรงตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติกฎหมายอย่างแท้จริง

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
เพราะบทบัญญัติตาม กฎ ก.ตร. ข้อ ๓ วรรคหนึ่ง  (๓) กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร (ม.๖,ปวช. หรือเทียบเท่า) อนุปริญญา (ปวส.,ปวท.หรือเทียบเท่า)  เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ  และ การบรรจุบุคคลผู้ได้รับปริญญา (ปริญญาตรี โท หรือเอก) เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตีความ กฎ ก.ตร. ข้อนี้ว่า  ให้บรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร  อนุปริญญา  หรือปริญญา  เป็นได้ทั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตรได้นั้น   จึงเป็นการตีความกฎหมายที่ไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของ กฎ ก.ตร.ดังกล่าว  หากแต่เป็นการใช้อำนาจหรือสิทธิในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นถ่ายเดียว       จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และในฐานะที่ผู้ร้องเรียนเป็นผู้ที่ได้รับการศึกษาอบรมจนสำเร็จการศึกษาได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง  และกำลังศึกษาในระดับเนติบัณฑิต  มีความเห็นโดยสุจริตในการตีความตามตัวบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวอ้างเพื่อสร้างหรือรองรับความชอบธรรมในการบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศ               สิบตำรวจตรี  กล่าวคือ  หากบทบัญญัติกฎหมายตาม ข้อ ๓ วรรคหนึ่ง (๓) ของกฎ ก.ตร. มีความมุ่งหมายหรือประสงค์หรือมีเจตนารมณ์ที่จะกำหนดให้อำนาจสำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร อนุปริญญา หรือปริญญา เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรีได้นั้น ต้องใช้ถ้อยคำดังต่อไปนี้แทน
คือ ?...การบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร  อนุปริญญา  และปริญญา  เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร  รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ...?
มิใช่บัญญัติดังถ้อยคำตามตัวบทกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้วนี้  เพราะฉะนั้น  โดยสุจริต ผู้ร้องเรียนจึงเชื่อว่า  การที่กฎหมายได้กำหนดว่า ?...การบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร  อนุปริญญา  หรือปริญญา  เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน หรือชั้นสัญญาบัตร...?  นี้  การตีความตามถ้อยคำในตัวบทที่ว่า  ?...การบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร  อนุปริญญา..? ท่อนแรกนี้ ต้องตีความว่า ?เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน? มิใช่ชั้นสัญญาบัตร ส่วนถ้อยคำในตัวบทที่ว่า  ?หรือปริญญา?  ก็คือให้บรรจุ ?เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร? ดังถ้อยคำในตัวบท  ?หรือ ชั้นสัญญาบัตร? ท่อนที่สอง   มิเช่นนั้นแล้วถ้อยคำในตัวบทว่า ?หรือ? ตาม กฎ ก.ตร. ดังกล่าว  จะกำหนดไว้เพื่อความมุ่งหมายประการใด กอปรกับคำสั่งกรมตำรวจที่ ๖๔๔/๒๕๓๒  เรื่องการแต่งตั้งยศและการเลื่อนยศตำรวจ ที่ไม่ได้มีบทบัญญัติให้บรรจุแต่งตั้งผู้ได้รับปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  และจากบทบัญญัติของกฎหมายตามคำสั่งกรมตำรวจที่   ๖๔๔/๒๕๓๒ กอปรกับ กฎ ก.ตร.ดังที่กล่าวนี้  โดยหลักในการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ  ต้องบัญญัติให้มีความสอดคล้อง  จะต้องไม่ขัดกันในทางกฎหมาย   อันเป็นกฎหมายขัดกัน  ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้น 
ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า  ในการบรรจุบุคคลผู้ได้รับประกาศนียบัตร  อนุปริญญา ต้องบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเท่านั้น และบรรจุบุคคลผู้ได้รับปริญญาต้องบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเท่านั้น  และให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ  โดยคุณวุฒิปริญญาตรี ฐานของอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิ ที่ ก.พ.กำหนด  ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๐   และพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๓๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๔ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๕๑ ให้ได้รับเงินเดือนตามฐานบัญชีอัตราเงินดือนของข้าราชการในระดับ ๗,๙๔๐.-บาท (ระดับ ส.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)  มิใช่ให้ได้รับเงินเดือนในระดับ ๗,๘๙๐.-บาท (ระดับ    ป.๑  หรือเทียบระดับ ๑) ซึ่งตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติกฎ ก.ตร.ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไว้แล้วไซร์ คงมิได้มีเจตนาที่จะให้ตีความเป็นสองนัย  แม้โดยสุภาษิตตามหลักการตีความของกฎหมาย ?...เมื่อข้อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย  นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้  ให้ถือเอาตามนัยนั้น  ดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล..? และ ?...ในกรณีที่มีข้อสงสัย  ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น...?  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีความว่า  สามารถบรรจุบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นได้ทั้งสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี (สบ.๑ หรือเทียบระดับ ๓) และชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับ ๑) จึงเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นคุณต่อบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิ์ในปริญญาเทียบเท่าและทัดเทียมกับที่ทุกส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ รวมทั้งข้าราชการทหาร  ใช้ในการบรรจุบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีในระดับมาตรฐานตำแหน่งเดียวกัน (ระดับปฏิบัติการ หรือชั้นสัญญาบัตร (สบ.๑) หรือ เทียบระดับ ๓) แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเลือกปฏิบัติโดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมาย  หลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติ  ระเบียบปฏิบัติ  แนวทางคำสั่งศาลปกครอง   และไม่คำนึงถึงความเสมอภาคของบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิจาก ก.พ. โดยใช้สองมาตรฐานที่กำหนดให้บรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรีเป็นได้ทั้งข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี (เทียบระดับ ๑ หรือระดับต่ำสุด) และข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี (เทียบระดับ ๓) เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศ              สิบตำรวจตรี  ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่  จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อีกทั้ง  การที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)  มีมติเห็นชอบกำหนดนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี  และกำหนดให้ยกเว้นการบรรจุแต่งตั้งผู้มีวุฒิปริญญาตรีให้แก่ทายาทข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิต เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ วุฒิแพทย์ นักเรียนทุน หรือผู้มีวุฒิปริญญาตรีในสาขาที่ ก.ตร.กำหนด (วุฒิขาดแคลน)  ให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ  เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร     ยศร้อยตำรวจตรี (สบ.๑)  ผู้ร้องเรียนเห็นว่า  บุคคลที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีที่ ก.ตร. กำหนดเป็นวุฒิขาดแคลน  หรือบรรจุแต่งตั้งทายาทที่มีคุณวุฒิปริญญาตรี เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี (ระดับ สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓ )  ให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งการรับบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้น      สัญญาบัตรเหล่านี้  หากพิจารณาอย่างแยบคายแล้ว  เห็นได้ว่า ทั้งคุณวุฒิ ความรู้ความสามารถ  ไม่แตกต่างไปจากผู้จบปริญญาตรีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรีแต่อย่างใด จะแตกต่างเฉพาะที่มีกฎหมายกำหนดรองรับยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น   เพราะบางคนจบปริญญาสาขาที่เหมือนกันและอาจเป็นสถาบันการศึกษาเดียวกันกับผู้ร้องเรียนหรือพวก   กรณีเช่นนี้จึงเห็นได้เป็นประจักษ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม  เป็นการกำหนดนโยบายขึ้นมาโดยไม่คำนึงถึงหลักความเสมอภาคของบุคคลตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ  หากแต่กำหนดขึ้นมาเพื่อรองรับอำนาจความชอบธรรมในการดำเนินการ
   นอกจากนี้  การประกาศรับสมัครและบรรจุผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรีแล้ว  ยังกำหนดให้ได้รับอัตราเงินเดือนระดับ ป.๑ ขั้น ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)  ซึ่งเป็นการกำหนดให้ได้รับอัตราเงินเดือนต่ำกว่าคุณวุฒิ  อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๗  มาตรา  ๖๗ และ มาตรา  ๖๘  ขัดต่อพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง  พ.ศ.๒๕๓๘  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๔  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่  ๕) พ.ศ.๒๕๕๑  ขัดต่อกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ พ.ศ.๒๕๔๗  ข้อ  ๒ (๒) (ช) ขัดต่อกฎ  ก.ตร.ว่าด้วยการได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ  ชั้นประทวน  และชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๔๗  ข้อ  ๓  และขัดต่อพระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่  ๓) พ.ศ.๒๕๕๐  กฎหมายทั้งห้าฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับและให้อำนาจสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเกี่ยวกับการรับสมัคร  การบรรจุแต่งตั้ง  และอัตราเงินเดือนที่จะได้รับ  โดยกำหนดให้ข้าราชการตำรวจได้รับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิที่ ก.ตร. และ ก.พ.กำหนด  โดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนสำหรับผู้ได้รับปริญญา  อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรเดียวกัน คือ ให้ได้รับอัตราเงินเดือนสำหรับผู้ได้รับปริญญาตรีในระดับ ๗,๙๔๐.-บาท 
เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดอัตราเงินเดือนให้สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี (ระดับ ๑ หรือเทียบระดับต่ำสุด)  ให้ได้รับอัตราเงินเดือนในระดับ ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  ๗,๘๙๐.-บาท  โดยเหตุผลตามมติ อ.ก.ตร.บริหารงานบุคคล ครั้งที่  ๑๐/๒๕๕๐  เมื่อวันที่  ๓  ตุลาคม  ๒๕๕๐  ว่า ?...การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรีเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ที่มีหลักสูตรกำหนดเวลาศึกษาไม่น้อยกว่า  ๔  ปี  ต่อจากประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย  หรือเทียบเท่าโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินเดือน ในการบรรจุแต่งตั้งผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ระดับ ส.๑  ขั้น  ๖  (๗,๙๔๐.-บาท)  ตาม  พระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ  (ฉบับที่  ๓)  พ.ศ.๒๕๕๐  แล้วกำหนดให้ได้รับในระดับ  ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)  ซึ่งเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับอัตราผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ที่ประชุม  อ.ก.ตร.บริหารงานบุคคล  เห็นว่าการกำหนดอัตราเงินเดือนให้กับวุฒิการศึกษาต่าง ๆ เพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการตำรวจเป็นอำนาจของ ก.ตร. ซึ่งจะกำหนดให้ได้รับในอัตราที่เหมาะสมอยู่แล้ว  และในกรณีนี้ผู้มีวุฒิปริญญาตรีดังกล่าวจะต้องมาบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  หากมีอัตราเงินเดือนที่แตกต่างกับผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเพียง  ๕๐.-บาท  ก็น่าจะถือว่ามีความเหมาะสมแล้ว...? 
ผู้ร้องเรียนเห็นว่า  ตามนัยมาตรา  ๓๑  แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ.๒๕๔๗  กำหนดให้ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)  มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจและจัดระบบราชการตำรวจ  และกำหนดชั้นยศที่ควรบรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับสำหรับวุฒิปริญญาหรือประกาศนียบัตรต่าง ๆ  นั้น  โดยที่การบริหารงานบุคคลของรัฐมีความจำเป็นต้องมีระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่ควรได้รับ  ซึ่งต้องกำหนดให้มีความสอดคล้องมีแนวทางปฏิบัติมาตรฐานเดียวกัน  อำนาจในการบริหารทรัพยากรบุคคลหลายประการ ได้ถูกกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานกลางหรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคล (ก.พ.) โดยที่ ก.พ.เป็นผู้กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของรัฐให้ทุกส่วนราชการต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานอย่างเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างส่วนราชการ  จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของรัฐเป็นบรรทัดฐานไว้สำหรับเทียบเคียงอ้างอิงให้มีมาตรฐานอย่างเดียวกัน 

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
ดังนั้น  การบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจโดยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)  มีความจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์  คุณสมบัติหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้ารับราชการ  โดยอาศัยบรรทัดฐานเทียบเคียงหรืออ้างอิงกำหนดให้เป็นมาตรฐานตามที่องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของรัฐ (ก.พ.) และแนวทางคำสั่งศาลปกครองกำหนดด้วย  ทั้งการกำหนดอัตราเงินเดือนให้สำหรับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรี  กำหนดอัตราเงินเดือนต่ำกว่าคุณวุฒิ  ๕๐.-บาท  และต่ำกว่าที่ ก.พ. และพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่  ๓) พ.ศ.๒๕๕๐ กำหนด  (๗,๙๔๐.-บาท)  จึงขัดหรือแย้งกับกฎ ก.ตร.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกหรือการสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ พ.ศ.๒๕๔๗ และขัดหรือแย้งกับกฎ  ก.ตร.ว่าด้วยการได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ  ชั้นประทวน  และชั้นสัญญาบัตร พ.ศ.๒๕๔๗ และขัดหรือแย้งกับระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ และขัดหรือแย้งพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ (ฉบับที่  ๓)  พ.ศ.๒๕๕๐ และขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๓๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่  ๓) พ.ศ.๒๕๔๔  แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการกำหนดให้ได้รับเงินเดือน  และยังขัดกับมติที่ประชุม ก.ต.ช.ครั้งที่ ๑/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๕ มกราคม  ๒๕๕๑ และครั้งที่ ๒/๒๕๕๑  ลงวันที่   ๒๘  มีนาคม  ๒๕๕๑  ที่กำหนดเป็นนโยบาย และมติรองรับความชอบธรรมในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว  จึงเป็นการกระทำทางปกครองหรือการออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดเจน
 เห็นได้ว่า  การออกคำสั่งทางปกครองตามประกาศกองบัญชาการศึกษา  สำนักงานตำรวจแห่งชาติและการบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับ ๑) ทั้งสามครั้งรายละเอียดตามข้อ ๒  ให้ได้รับอัตราเงินเดือนระดับ  ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท) ซึ่งต่ำกว่าคุณวุฒิตามที่กฎหมายกำหนด (๗,๙๔๐.-บาท) และบรรจุแต่งตั้งให้อยู่ในระดับตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ระดับ ป.๑  หรือเทียบระดับปฏิบัติงานหรือเทียบระดับ ๑) ซึ่งต่ำกว่าระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง และระดับชั้นยศตามคุณวุฒิ  คือ ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  ยศร้อยตำรวจตรี (ระดับ สบ.๑ หรือระดับปฏิบัติการหรือเทียบระดับ ๓) จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย   เป็นเหตุให้ผู้ร้องเรียนกับพวกบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
ข้อ  ๔     ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี  ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ระดับ ป.๑ หรือเทียบปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑)  ให้ได้รับเงินเดือนระดับ ป.๑  ขั้น  ๑๒.๕  (๗,๘๙๐.-บาท)  ซึ่งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นผู้ที่มีศักดิ์และสิทธิ์ในคุณวุฒิปริญญาตรีเทียบเท่าและทัดเทียมกันกับผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี ตำแหน่ง          รองสารวัตร  (รอง สว.)  (ระดับ สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓) ดังเช่น  บัณฑิตผู้ที่สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (ตร.) จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือบุคคลที่สำเร็จการศึกษาได้รับวุฒิปริญญาตรีในแต่ละสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชการในส่วนราชการของข้าราชการทหาร  ข้าราชการครู  ข้าราชการส่วนท้องถิ่น  หรือข้าราชการในส่วนราชการ  กระทรวง  ทบวง  กรม  อื่น ๆ  เช่น เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ๓  หรือเจ้าหน้าที่บุคลากร ๓ หรือนิติกร ๓ หรือเจ้าพนักงานบังคับคดี ๓  หรือ เจ้าพนักงานปกครอง  ๓ (ปลัดอำเภอ) ที่ได้รับบรรจุแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชการตามส่วนราชการต่าง ๆ ในระดับปฏิบัติการ  หรือเทียบระดับ  ๓  ซึ่งคุณวุฒิที่บรรจุแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชการเป็นคุณวุฒิปริญญาตรีที่มีศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาทัดเทียมเสมอภาคกันกับบัณฑิตผู้ที่ได้รับปริญญาตรีที่บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรีตามกฎหมายทุกประการ 
จึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถานะของบุคคล  ประโยชน์สาธารณะโดยส่วนรวมและประเทศชาติหลายประการ  ได้แก่
๑.เสียหายต่อสถานภาพแห่งสิทธิและหน้าที่ของบุคคลที่บรรจุและแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี   
๒.ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักความเสมอภาคของบุคคลในการเข้าสู่อาชีพรับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 
๓.เสียหายต่อระบบการบริหารงานบุคคลของรัฐตามหลักธรรมาภิบาล 
๔.เสียหายต่อระบบการบริหารการเงินการงบประมาณของประเทศชาติที่มาจากภาษีของประชาชน ไม่เกิดความคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
๕.อื่น ๆ เช่น จริยธรรม จรรยาบรรณ  ขนบธรรมเนียม  ประเพณีปฏิบัติทางการบริหารงานบุคคลของรัฐ  แบบแผนการบังคับบัญชา  ลิดรอนสิทธิและหน้าที่ ลดศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาที่เทียบเท่าทัดเทียมกัน ลดเกียรติ  ลดคุณค่าของสถาบันอุดมศึกษาและบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรี ฯลฯ   
   กล่าวคือ  ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งทางปกครองในการบริหารงานบุคคล  โดยกำหนดรับบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน  ยศสิบตำรวจตรี  โดยคุณสมบัติ คุณวุฒิ หลักเกณฑ์ และวิธีการดำเนินการ ใช้ระดับมาตรฐานเดียวกันกับการบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิ     ปริญญาตรีเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรีทุกประการ   ซึ่งหากบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจ   ชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑) เหล่านี้  ให้เป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี ให้ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร (ระดับ สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)  จักเป็นการพัฒนาคุณภาพองค์กร พัฒนาคุณภาพของบุคลากร และเพิ่มศักยภาพของหน่วยงานยิ่งขึ้น  อันเป็นการก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ภารกิจของรัฐ และประเทศชาติได้มากกว่าที่บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่  (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑)  เพราะบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเหล่านี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ   มีคุณสมบัติ  มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าและทัดเทียมกันในคุณวุฒิปริญญาเช่นเดียวกับผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี ตำแหน่งรองสารวัตร (ระดับ สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)โดยไม่มีข้อแตกต่างด้วยคุณสมบัติ คุณวุฒิ หลักเกณฑ์และวิธีการแต่อย่างใด  ทั้งบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ  ฝึกฝน  อบรมกล่อมเกลา  เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ต่าง ๆ ที่สำเร็จการศึกษามา  มีคุณธรรม  โดยสำเร็จการศึกษามาจากหลากหลายสถาบันอุดมศึกษาที่ ก.พ.รับรองตามกฎหมาย  ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรีได้ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายกำหนด  แต่เมื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี  ให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑)  จึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถานภาพแห่งสิทธิและหน้าที่ของบุคคลที่บรรจุและแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี  โอกาสที่ผู้ร้องเรียนกับพวกจะได้ปฏิบัติงานตามความรู้ความสามารถดังที่ได้สั่งสมอบรมมาเป็นอย่างดีแล้วจากสถาบันอุดมศึกษาอันทรงเกียรติต่าง ๆ   ด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี (นิติศาสตรบัณฑิต  รัฐศาสตรบัณฑิต  รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต  หรือบัณฑิตทางสังคมศาสตร์)  และคุณสมบัติที่ทัดเทียมหรือเทียบเท่ากันกับข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจตรี (ระดับ  สบ.๑ หรือเทียบระดับ ๓)  ตำแหน่งรองสารวัตร (รอง สว. หรือเทียบระดับปฏิบัติการ) ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีเฉกเช่นเดียวกัน  จึงเป็นการปิดกั้นโอกาสในการที่จะได้ปฏิบัติงานโดยใช้ความรู้ความสามารถทางวิชาการในการบริหารการพัฒนา การวิเคราะห์สั่งการใด ๆ หรือแก้ไขปัญหาให้หน่วยงานอย่างสิ้นเชิง  เพราะศักดิ์และสิทธิ์ของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ตำแหน่งผู้บังคับหมู่  ชั้นยศสิบตำรวจตรี         เป็นเพียงผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา  มิได้มีสิทธิที่จะกระทำการใด ๆ หรือมีอำนาจในการบังคับบัญชาสั่งการใด ๆ ที่มีผลเป็นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบของหน่วยงานหรือแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอันเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในสังคม  ประชาชนประเทศชาติได้อย่างแท้จริง  ด้วยเหตุที่ระดับตำแหน่งผู้บังคับหมู่  ชั้นยศ      สิบตำรวจตรี  เป็นระดับตำแหน่งและชั้นยศในระดับ   ป.๑  หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน  หรือเทียบระดับ ๑ อันเป็นตำแหน่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานระดับต้น  เน้นทักษะ  ฝีมือในการปฏิบัติงาน  โดยมีการจำแนกตามลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานเป็นหลัก  ปฏิบัติงานตามแนวทางแบบอย่าง  ขั้นตอน  และวิธีการที่ชัดเจน  ภายใต้การกำกับ  แนะนำ ตรวจสอบ จากผู้บังคับบัญชา ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้รับบรรจุแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือเทียบเท่า หรือไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่าให้อยู่ในระดับตำแหน่งดังกล่าว  เหตุนี้เมื่อบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีกฎหมายได้กำหนดให้บรรจุแต่งตั้งในระดับตำแหน่งปฏิบัติการในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่ใช้ความรู้ในทางวิชาการซึ่ง ก.พ.กำหนดว่าต้องใช้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ตำแหน่งนั้น รายละเอียดปรากฏตาม กฎ ก.พ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๕๑  ดังนั้น  จึงเห็นเป็นประจักษ์ว่า  เมื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณสมบัติ  คุณวุฒิระดับปริญญา  บรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ขัดแย้งด้วยกฎหมายในการให้อำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงาน  เช่นนี้จึงทำให้บุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (ระดับ ป.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติงาน หรือเทียบระดับ ๑) ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะได้ใช้ความรู้ความสามารถในทางวิชาการในการทำงานและในการตัดสินใจ  หรือสั่งการใด ๆ ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย  แม้จะเป็นบุคคลผู้ที่มีความรู้ความสามารถ  มีคุณสมบัติในระดับปริญญา  เป็นบัณฑิตของสถาบันอุดมศึกษาอันทรงเกียรติหลากหลายสถาบัน ที่มีศักดิ์และสิทธิ์ทัดเทียมกับผู้มีวุฒิปริญญาตรีจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น  หรืออาจเป็นสถาบันอุดมศึกษาเดียวกันกับผู้ร้องเรียนและพวกที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตำรวจตรี (ระดับ สบ.๑  หรือเทียบระดับ ๓) ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร (รอง สว.  หรือเทียบระดับปฏิบัติการ) ก็ตาม  อีกทั้งปริมาณงานหรือลักษณะงานในหน้าที่ที่มอบหมายให้บุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ซึ่งกำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นภารกิจหลักอยู่ขณะนี้  ก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการรับบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖)  หรือเทียบเท่า  ก่อนที่จะมีการรับบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรีแต่อย่างใด  ตัวอย่างเช่น  ให้ปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นยามรักษาการณ์ตามป้อมยาม ธนาคาร ห้าง ร้านหรือจุดรักษาการณ์ต่าง ๆ เป็นสายตรวจ   เป็นจราจร เป็นพลขับ  เป็นพลนำสาร  เป็นพนักงานพิมพ์ดีด  หรือปราบจลาจล  หรือแม้กระทั่งนำบุคคลที่สำเร็จการศึกษาในระดับนิติศาสตรบัณฑิต  รัฐศาสตรบัณฑิต หรือรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตที่บรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งผู้บังคับหมู่งานปกครองป้องกัน (ผบ.หมู่ (ป.) ) ไปปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการด้านการเงินการบัญชีอันเป็นการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ไม่ตรงหรือสอดคล้องตามความรู้ความสามารถ  วิทยฐานะและระดับมาตรฐานการกำหนดตำแหน่ง  และการปฏิบัติงานในหน้าที่อื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือสอดคล้องตรงกับการนำความรู้ ความสามารถ  วิทยาการทางการศึกษาต่าง ๆ ไปบริหาร พัฒนา จัดการหน่วยงาน หรือต่อประชาชน ประเทศชาติตามที่ได้สำเร็จการศึกษามา  หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังดื้อดึงหรือขืน ฝ่าฝืนต่อกฎหมายในการบริหารงานบุคคลโดยไม่คำนึงถึงประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่ง ตามความรู้ความสามารถตรงตามคุณวุฒิย่อมเกิดปัญหา  เกิดความเสี่ยง  และเกิดความเสียหายต่อระบบการบริหารจัดการภาครัฐ  มีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องดำเนินคดีให้รับผิดทั้งอาญาและแพ่ง  เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ปฏิบัติ  เสมือนหนึ่งว่าใช้คนไม่ตรงกับงาน  และส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศชาติในภาพรวม  ซึ่งก่อนหน้านี้จะบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีทางนิติศาสตร์  ในระดับตำแหน่งพนักงานสอบสวน (ระดับ สบ.๑  หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)  ผู้มีวุฒิปริญญาตรีทางรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ในระดับตำแหน่งรองสารวัตรงานป้องกันปราบปราม (รอง สวป.) (ระดับ สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)  ผู้มีวุฒิปริญญาตรีทางสังคมศาสตร์ ในระดับตำแหน่งรองสารวัตรงานอำนวยการ (รอง สว.อก.) (ระดับ สบ.๑ หรือเทียบระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓)  เป็นต้น  ดังนั้น  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่บรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีในประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่งที่ถูกต้องตรงตามกฎหมายจึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องเรียนกับพวกซึ่งได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้เข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีในอันที่จะได้ปฏิบัติงานในระดับตำแหน่งตามความรู้ความสามารถตรงตามคุณวุฒิปริญญาตรีที่จะพึงได้รับในการบรรจุแต่งตั้งเพื่อเข้ารับราชการอย่างแท้จริง

ออฟไลน์ Chanuwat Saengsuwan

  • พ.ต.ท.
  • *
  • กระทู้: 188
  • : +1678/-0
กฎหมายรัฐธรรมนูญ กำหนดให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน  การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องการศึกษาอบรม จะกระทำมิได้  และบทบัญญัติใดของกฎหมาย  กฎ  หรือข้อบังคับ  ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้  บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดบรรจุแต่งตั้งบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ยศสิบตำรวจตรี ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่  และกำหนดบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร   ยศร้อยตำรวจตรี  ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร  อันเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติที่เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม  ทำให้บุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีเกิดความไม่เสมอภาค เท่าเทียมกันในการเข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรี  ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงความเสมอภาคของบุคคลผู้มีวุฒปริญญาตรี  อันเป็นข้อกำหนดที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ  จึงไม่สามารถที่จะบังคับใช้ได้อีกต่อไป  ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิ ความเสมอภาคของบุคคลในการเข้ารับราชการด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีอันเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่พึงจะได้รับตามที่กฎหมายกำหนด เช่นความเท่าเทียมในการดำรงตำแหน่งในระดับคุณวุฒิปริญญาเดียวกัน  ความเสมอภาคในการกระทำนิติกรรมใด ๆ ที่กำหนดคุณสมบัติไว้เฉพาะสำหรับข้าราชการเทียบเท่าระดับ ๓ (บรรจุแต่งตั้งด้วยคุณวุฒิปริญญา) เป็นต้นไป  และได้รับเงินเดือนระดับคุณวุฒิปริญญาในระดับอัตราตามมาตรฐานเดียวกัน  ทั้งยังเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการละเมิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดที่กำหนดรับรองคุ้มครองสิทธิ หน้าที่ และความเสมอภาคของบุคคลในอันที่จะมิให้ใครล่วงละเมิดได้ภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย  การที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถกำหนด กฎ ข้อบังคับใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิ ความเสมอภาคของบุคคลผู้มีคุณวุฒิปริญญาตรีให้เข้ารับราชการเริ่มต้นที่ไม่เสมอภาคกันตามกรอบที่กฎหมายกำหนดเช่นนี้ เป็นการลดความศักดิ์สิทธิ์  ก่อให้เกิดความเสียหายในการบังคับใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นกฎหมายสูงสุด
   ระบบการบริหารงานบุคคลของรัฐมีองค์กรกลางบริหารงานบุคคล (ก.พ.)เป็นผู้รับผิดชอบ  กำกับ ดูแล ตรวจสอบ  ให้คำแนะนำ  ให้ความเห็นชอบการดำเนินการในเรื่องการบริหารบุคคล  การกำหนดคุณสมบัติของบุคคล  การบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้ารับราชการ  โดยกฎหมายกำหนดให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติราชการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งย่อมให้มีผลผูกพันหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น และในกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติเป็นอย่างอื่นแตกต่างไปจากหลักเกณฑ์หรือวิธีปฏิบัติ  ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือเป็นที่เสียหายแก่สิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลอื่นย่อมมีผลทำให้การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ตามนัยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๙๕/๒๕๔๙)  ตามที่กฎหมายได้กำหนดให้หน่วยงานทางปกครองหรือส่วนราชการต่าง ๆ ยึดถือปฏิบัติตามแนวทางที่ ก.พ.กำหนด  โดยกำหนดให้บรรจุแต่งบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาให้ดำรงตำแหน่งระดับปฏิบัติการ หรือเทียบระดับ ๓  เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดหลักเกณฑ์ในการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเพื่อเข้ารับราชการไม่สอดคล้องตามแนวทางปฏิบัติทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม และเป็นที่เสียหายแก่สิทธิในการที่กฎหมายรับรองและคุ้มครองในศักดิ์และสิทธิ์แห่งคุณปริญญาตรีที่เท่าเทียมกัน ไม่ได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ตรงตามระดับมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด  บุคคลภายนอกผู้มีวุฒิปริญญาตรีที่บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่จึงได้รับความเสียหายอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้  ทั้งยังทำให้ระบบโครงสร้างการบริหารงานบุคคลของรัฐตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดให้แตกต่างไปจากแนวทางปฏิบัติตามที่ ก.พ.กำหนดไว้นี้  โดยไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานทางปกครองหรือส่วนราชการใดในประเทศไทยบังอาจที่จะบรรจุแต่งตั้งบุคคลผู้มีคุณวุฒิปริญญาตรีให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่ต่ำสุดไม่ตรงตามคุณวุฒิ  ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำไม่เสมอภาคกัน  ในกลุ่มบุคคลผู้มีวุฒิปริญญาตรีเช่นนี้มาก่อน จึงก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการบริหารงานบุคคลของรัฐที่ ก.พ.กำหนด เป็นการลดระดับมาตรฐานในการบริหารงานบุคคลภาครัฐในภาพรวม  ทำให้บุคลากรของประเทศชาติได้รับความเดือดร้อนเสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากการไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินตามหลักธรรมาภิบาล

 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)